Ladyjanny さんのプロフィール•·.·´¯`·.·•~☆.·´¯Ladyj♡n...フォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
|
5月2日 ~*Janny's Cooking*~
วันนี้มาทำอาหารการกินกันดีกว่านะก๊ะ
มาดูกันว่าฝีมือแจนนี่จะเป็นยังไงขอเป็นแม่ศรีเรือนโชว์หน่อยเพราะไม่มีใครเชื่อว่าทำกับข้าวเป็นเหมือนโดนถีบหน้าอย่างแรงเพราะฉะนั้นยอมไม่ได้ต้องโชว์ออฟกันหน่อยคร่า
เมนูสำหรับวันนี้คือ......ท๊ะดาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา.....
ส่วนผสมส่วนประกอบและเครื่องปรุง
มีดังนี้จ้า เดี๋ยวมาอัพต่อนะจ๊ะ
1月5日 คำตอบของคำถามไปอ่านสเปซใครคนนึงมา
......
คำถามก็คือ จะเจอไหม จะพบไหม ถ้าไม่เจอ
อยู่คนเดียวดีกว่า ......... คำตอบก็คือ ถ้าเจอแล้วจะรู้ได้ไง ถ้าไม่เปิดใจ จะเจอไหม จะรู้ไหม
อยู่คนเดียวไม่กว่าดีหรอก
ปล. คำตอบของคำถาม....แต่เราไม่ใช่และไม่เคยเป็นคำตอบของใครๆ
เพราะ...ใครคนนึงคนนั้น เขาไม่เคยเปิดใจ
10月2日 เรื่อยๆเปื่อยๆร้านเหล้า (อัพเดทแล้วจ้า)ช่วงหลังๆนี้แอบๆเหงาบ่อยมาก เลยไปหาร้านนั่งสบายๆชิลๆ นั่งกินโน่นกินนี่กันไปเรื่อยๆเปื่อยๆกับพี่ๆน้องๆ ร้านที่ช่วงนี้ไปประจำก็ ฮาเร็มกูนะ หรือ ฮาเร็มกูน่า อะไรเนี่ยแหละ บรรยกาศสบายๆ นั่งเรื่อยๆริมทะเล ส่วนอีกร้านชื่อร้านไชโย บรรยากาศแบบติส+ บ้านๆ ร้านนี้มีอะไรให้ดูเยอะเลยล่ะ แถมมิกเซอร์และอาหารก็ราคาสบายๆ 555+ ที่สำคัญเจ้าของน่ารักครับ 555+
เนื่องจากเจ้าของน่ารัก ก็เลยคิดไว้เลยว่าจะไปมันทุกศุกร์เสาร์เลย เพื่อไปนั่งดูหน้าเจ้าของร้าน และเด็กเสริฟ 5555+ เจ้าของร้านร้านนี้ชื่อพี่เหวอ ชื่อก็ฮาแล้ว เป็นชื่อคณะ ชื่อเล่นจริงๆ พี่เขาชื่อพี่โป้ง แอบมองพี่เขาตั่งแต่วันแรกที่ไปไชโยเลยนะ นึกว่าพี่ตูนบอดี้สแลมมาเอง 555+ วันแรกยังหลงคุณครูนัทอยู่ (ครูนัทคือใคร คราวหน้าจะมาเล่านะ) แต่แอบเห็นแล้วล่ะว่าน่ารักดี แต่ไม่สนใจไรมากมาย ผ่านไปๆๆ
พอไปครั้งที่ 2 นั่งตรงข้ามกันเลยกะเคาน์เตอร์พี่เหวอ นั่งแอบมองอยู่นานสักพัก แฟนมันมา ช้านเหวอแทน ตูเซ็ง -*-' ได้แต่มองครับวันนี้ แต่แอบหลงไหลได้ปลื้มไปนิดนึง แต่ยังร้กจริงหวังแต่งกับคุณครูนัทนะ วันนี้ผ่านไปๆม่ามีไรเกิดขึ้นนะ
วันที่ 3 ไปโต๊ะแรกเลย กัวไม่มีที่นั่งง่า แถมฝนตกอีกต่างหากนะ เลยได้ไปนั่งหน้าเคาน์เตอร์อีกแล้ว ได้เห้นหน้าพี่เหวออีกแล้วคราวนี้ดิฉันหันหลังให้นะ แต่ใจจริงแอบอยากหันหน้าให้มากเลย กินโน่นกินนี้กันไปสักพัก ได้ที่กรึ่มๆ เลยเปลี่ยนที่นั่งจะได้มองหน้าพี่เหวอชัดๆ เฮ่อ...มันชื่นใจจัง โทรไปหาครูนัทถูกดุมาเพราะงอแงมากไปนิด งอนๆๆ โกรธๆๆ ครูนัทใจร้าย แจนนี่เสียใจ นั่งดริ้งไปสักพัก ลืมเรื่องครูนัท
ทีนี้จุดหมายของเราอยู่ที่พี่เหวอที่น่ารัก นั่งแอบมองผลัดกันสบตาไปพักใหญ่ๆ โอ้ยมีฟามสุขโว้ย วันนี้พี่เหวอเปิดเพลงเพราะจัง แอบเปิดจีบเราอยู่นั่นเอง ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ ทั้งเพลงรึเปล่า อู้ องศาที่ต่างกัน อะไรไม่รู้อีกเพียบเลย มองจนเขิลกันไปเลยข้างนึง555+ มองกันอยู่หลายชั่วโมง 5555+ จนรู้ว่าพี่เหวอมองเราชัวร์ พยายามเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก่อน เพราะว่ามันต้องผ่านเคาน์เตอร์พี่เขา รอจนร้านปิด ประมาณเที่ยงคืนนะ
แต่นั่งนานนานจนถึงตี 2 โน่น แต่ประมาณตี 1 พี่เหวอเขาเปิดเพลละหรี่ไฟลงมานั่งตรงโซฟาตรงข้ามเรา เห้นว่าแอบมองเราในความมืด5555555+ เราเลยได้ทีเดินไปเข้าห้องน้ำ 55555+ รู้ว่าชัวร์แน่ๆ พอเปิดประตูห้องน้ำปุ๊บ มีน้องผู้หญิงมาขอเบอร์นะ ดิฉันรู้ค่ะว่าใครให้มาขอ เลยรีบให้ 5555555555+ พอเดินออกมาอีกนิด พี่แกคงมี 2 แผน ให้เด็กอีกคนมาขอ น้องพี่หญิงคนแรกเลยบอกว่าเรียบร้อยแล้ว ประมาณว่าอิฉันใจง่ายกระมั้ง 5555555+
นั่งสักพัก เสียงแมสเสสเข้า โอ้วครายฟระ ครูนัทรึเปล่านะ รอคอยการงอนง้อของครูนัท พอเปิดมา เจอคำว่า Ouh!!!!! รู้เลยว่าครายยยย...หึหึ ก็เลย Ouh!!!! กลับไปบ้าง แล้วก็ถามว่าใครค่ะ สักพักโทรกลับมา ถามว่าน้องแจนหรือเปล่าครับรู้ไหมว่านี่ใคร ที่แรกเหมือนชัวร์นะ แต่พอคราวนี้ไม่ชั่วเลย คุณพี่เล่นให้เด็กในร้านยกโทรศัพท์ขึ้นมาหมด แบบนี้แจนนี่เลยงงคร่า โทรมาแล้วก็บอกว่าเดี๋ยวพี่โทรกลับนะ
รอเป็นชาติมันก็ม่าโทรกลับสงสัยอยุ่กะแฟนไม่ก็คุยกะแฟน ด้วยความที่อิฉันอยากรู้มากว่ามันเป้นใคร ส่งแมสเสสไปถามอีกรอบ ไม่ยอมตอบเว้ย หงุดหงิดบวกสงสัย โทรกลับไปเลยแมร่งงง
พอโทรไปพี่เหวอก็รับแหละ คุยไปก็หัวเราะไปนะนายเหวอของเรา ประหนึ่งคนเมายา แต่น่ารักดี คงอายเดี้ยนเป็นแน่ เพราะคุยไปหัวเราะไป ก็ถามไปว่าตกลงใคร พี่เหวอบอกว่าน้องแจนไม่รู้จริงๆเหรอ จริงๆรู้นะ แต่แกล้งไม่รู้ 55555555+ พอพี่เหวอบอกว่า ชือ่พี่เหวอ ดิฉันเลยบอกไปเลยว่า อ๋อพี่เหวอแฟนน้องยุ้ยเหรอคะ 55555+ ฮามั่กมาก ฮาตรงที่พี่เหวอบอกว่า พี่เหวอตายดีฝ่า ไปไม่เป็นแล้ว555+ ก็คุยไปเรื่อยๆ นั่นแหละ พี่เหวอเนี่ยคุยสนุกนะ น่ารักดี เกือบจะหลงรักและ แต่รู้อยู่แก่ใจว่ามันมีแฟนแล้ว ไม่เอาพวกมีแฟนแล้วไม่เอาเลย กลัว เลยถามว่ามันอายุเท่าไหร่ จนรู้ว่ามันเด็กกว่าครึ่งปี ในใจก็เซ็งแต่ก็ดีนะ ไม่อยากไปยุ่งของของใคร พอพี่เหวอรู้ว่าแก่กว่าเล็กน้อย ก็มีท่าทางว่าจะถอยทัพ แอบเสียดายนะเนี่ย แต่ไม่เป้นไร ขอเก็บไว้มองแบบนี้นานดีที่สุด จะได้มีที่นั่งชิลๆ สบายๆ ไปนานๆ
พอไปเจอที่ร้านอีกรอบ มันไหว้ช้านทั้งที่ช้านแก่ก่ามัน ครึ่งปี แอบเคืองๆๆๆๆ จำไว้ๆๆ ไปร้านพี่เหวออีกรอบ 5555+ ร้านปิดแล้วล่ะ แต่ตามธรรมเนียมพวกเดี้ยนนะคะ อยู่จนโต๊ะสุดท้ายร้านปิ เด็กเสริฟกลับค่ะ พอเด็กเสริฟกลับหมด ก็เหลืออยู่แค่พวกๆกันในร้าน พี่โจ้เลยเรียกเหวอมาจะขอน้ำแข็ง แจนนี่เลยบอกว่าขอบคุณนะคะ จุ๊บๆ จุ๊บๆ เท่านั้นล่ะ เหวอน่าเหวอสมชื่อ แลวก็หน้าแดงขึ้นมาทันตาเห็น ตัวงอป็นกุ้งเลย 55555555+ ได้เอาคืน สนุกดี
แต่ก้ออย่างที่บอกนะ ขอแอบมองแบบนี้ไปนานๆดีกว่า มีฟามสุขละ ไปเรือ่ยๆ แต่นานๆ
เรื่องราวของแจนนี่และร้านไชโยยังคงดำเนินต่อไป... ท่ามกลางเสงไฟสลัวๆ ของร้าน และสายตาที่สบและจ้องประสานกันผ่านความวุ่นวายในร้าน ทำให้รู้ว่าอย่างน้อยในวันที่เหนื่อยๆ ก็มีอะไรทำให้สุขใจ อุ่นใจ แล้วก็สบายใจ กับความสุขแบบนี้หาได้ไม่ยากเลย ในร้านไชโยของพี่เหวอผู้น่ารัก จุ๊บจุ๊บซังของยูกิโกะจัง
ดีใจนะที่ได้รู้จักกัน เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ชีวิตเรามีความสุข สดชื่น และดูมีค่าอีกเยอะเลย ในการที่จะรอคอยวันไปร้านไชโย!!!! เจอกันคราวหน้านะจ๊ะพี่เหวอจ๋า...... 8月20日 *~My Sweetest Memories VIII ~*มาต่อภาค 8 กันเลยนะจ๊ะ หลังจากที่หายไปนานมั่กมาก ต่อเลยเน้อ... ใครที่อ่านแล้วอัพต่ออันนี้เลยเด้อ...
หลังจากที่รับทานอาหารเย็นกันอิ่มหนำสำราญท้องและใจเป็นที่เรียบร้อย ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับที่พัก เพื่อที่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์กัน จากนั้นก็ไปรวมตัวกับพวกอ้วนที่โรงแรมฝั่งโน้นกันต่อ แต่แจนก็ยังไม่เจออ้วนนะ ได้แต่นั่งเล่นอยู่กับพี่วิ (กิ๊กเรา) กะพี่สุ เล่นกันอย่างสนุกสนานมากมาย
แจนก็เดินไปมาระหว่าง 2 ห้องนะระหว่างห้องพี่วิกะห้องแฟนน้องสาวเพื่อไม่ให้น่าเกลียด แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เขาอยู่กันสองต่อสองบ้าง (แอบอิจฉา) จะได้เก็บเกี่ยวความสุขอย่างเต็มที่ แจนและเพื่อนพ้องก้อเดินเล่นกันไปๆมาๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่.....เงาของอ้วนเลยง่า...ฮือๆๆๆๆ (T-T) แต่ก็แอบคิดถึงนะเลยส่ง SMS ไปหาว่า "HEWWW" เป็นการแซวว่าฮิ้ววววว... แต่คุณเทอที่ร๊ากกกกกดันไปแปลว่าหิว (o-O')...ซะง้านกรำของตู แต่ก็ยังดีนะมันก้อยังเป็นห่วงให้พี่โจ้มาคอยเทคแคร์ถามไถ่ว่าอยากกินไรไหม น่ารักจริงๆอ้วนที่ร๊ากกกถึงจะแปลผิดก็เถอะ...แต่สรุปว่าอ้วนก็แอบห่วงแจนใช่ม้า (ดีใจว้อย) แต่เอ๊ะ!!!!! หรือว่าแอบด่าเราในใจว่าผู้หญิงอะไรกินข้าว 2 จานแล้ว (จากตอนที่แล้ว) ผ่านมาไม่กี่ชม.มันหิวอีกแล้ว....อีปอบเอ้ย....อ้วนอาจจาคิดแบบนั้นก้อได้นา....
พอส่ง SMS ไปได้แป๊บเดียว อ้วนก็เดินออกมาเลยดั่งเนรมิต เดินออกมาหาแจนป่าวหว่า เดินมาหน้าห้องแฟนน้องสาวแจนเลยนะรู้ได้ไงว่าเราอยู่นี่...อิอิ แต่เดินมาแป๊บเดียวแล้วก็เดินหายไปไรฟระ พวกแจนก็เลยเล่นกะน้องๆเพือ่นๆพี่ๆกันไป แอบเดินไปหากิ๊กเราเป็นบางเวลา หึๆ ไปทำโน่นทำนี่ ถ่ายรงถ่ายรูปต่างๆนานา..โอ้ยมีความสุขโว้ยยยยยย ขณะที่แจนนี่เล่นอยู่กะกิ๊กพี่วิที่รักอยู่นั้น น้องคนนั้นก็ไปยุ่มยามอยู่ที่ห้องแฟนน้องสาวเรา ดูๆๆๆ ไปปิดกันโอกาสสองคนนั้นอย่างเลือดเย็น..ใจร้ายมาก
เดินออกมาจากห้องพี่วิ มาที่ห้องแฟนน้องสาว ขณะที่ก้าวเท้าซ้ายขวาซ้ายจนถึงหน้าห้องเรากระโดดตุบไปหน้าประตูปุบ ภาพที่เห็น (((((((((((กรี๊ดดดดดด...ในใจ)))))))))))))) โอ้วแม่เจ้า ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ อ้วนนั่งกินขนมอยู่กะน้องคนนั้น ตายล่ะทำไงดี เดี๋ยวคนอื่นจะรู้ ทำไงๆๆๆๆๆ ทำไงดี ไอ้แจนคิดปุ๊บภายใน 1 วินาที กระโดหันหลังกลับออกมาจากห้องทันที แต่เดินไปได้แค่ 3 ก้าว ทีแรกว่าจะเดินไปหาพี่วิแต่พี่สุเดินออกมาจากห้องพอดีต้อนเราจนต้องเดินถอยหลังกลับไปที่ห้องเดิมอย่างยอมจำนน (ได้เพื่อนเดินเข้าไปแล้วโว้ย) เดินเข้าไปออกอาการเกรงตัวแข็งไม่สนใจแม้แต่จะมองอ้วนเลยหันหลังให้อย่างเดียว(แอบหยิ่ง) หย่อนก้นลงบนเตียงยังไม่ทันจะยุบ SMS ดังขึ้น คิดในใจใครส่งมาตอนนี้วะ "Don't be serious" กรี๊ดดดอ้วนส่งมาให้ หันหลังไปมองหน้า 1 ที เป็นการบอกว่าโอเคไม่ซีเรียสจ้า พอส่งสายตาให้กันเป็นอันเข้าใจกันแล้วหลังจากนั้นแจนนี่ก็ลั่นล้าๆๆๆ ไม่สนใจอ้วนกะน้องคนนั้นแม้แต่น้อย แต่แอบเห็นนะเว้ยว่าแอบมองมา...คริๆๆๆ ดีจายยยเว้ยยยย
พอจะแยกย้ายกันออกจากห้องแฟนน้อง ก็ว่าจะไปหาพี่โจ้สักกะหน่อยไปเคาะห้องพี่โจ้ โป๊กๆๆ ดังสนั่นอย่างมั่นใจ ยืนก้มหน้าดูนาฬิกาแป๊บเดียว เงยหน้าขึ้นมาปุ๊บ โอ้ววววววววว.....ดังเสกออกมาจากจินตนาการ อ้วนอยู่ตรงหน้า...ยืนอึ้งอยู่ 3 วินาที ใจเต้นโครมๆ รูม่านตาขยายกว้าง ให้ตายสิทำไงดี ไม่ได้เตรียมตัวหน้าหัวผม หน้าหัวผมช้านเป็นยังไง เข้าที่เข้าทางไหมเนี่ย จะเป็นลมไปตรงนั้น ยิ่งอ้วนมองมาแล้วสายตาเราสบกัน โอ้ยยยย...จะละลาย ต้องเรียกสติกลับมาโดยด่วน จนอ้วนถามว่ามีไรครับ แจนเลยพอตั้งสติได้ กระพริบตาปริบๆไปสองทีแล้วบอกว่าพี่โจ้ละคะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกก....ตูเกือบตาย อ้วนบอกว่าไม่เห็นแจนเลยรีบขอบคุณแล้วเดินออกมา ใครจาไปรู้เล่าว่ามันนอนห้องเดียวกัน เดินออกมาด้วยอาการหน้าอุ่น อิอิ สงสัยหน้าแดงแง้มๆ เฮ่อ...เกือบตายยยยยแน่ะช้านนนนน
หลังจากแยกย้านไปลั่นลันล้ากันเป็นที่เรียบร้อย พี่สุให้กุญแจห้องพวกเรามา (อ่อยจริง) ให้พวกเราทั้งโขรงเขาไปรอที่ห้องก่อน เราก้อรอเขาได้ 10 นาที พอพวกพี่ๆเขามา โทรศัพท์เราดัง ปรากฏว่าพี่โจ้นั่นเองสงสัยอ้วนคงบอกว่าเราตามหา พี่โจ้บอกว่าให้ไปหาที่ห้อง 1607 คิดว่าน่าจะใช่นะ จำไม่ค่อยได้ เราก้อเดินออกไปเลี้ยวซ้ายก็ถึงเลย ทีแรกคิดว่าจะคุยกันธรรมดาหน้าห้อง พอถึงหน้าห้องปุ๊บ เคาะประตูปั๊บ ประตูเปิดปุ๊บดึงแขนแจนเข้าไปในห้องเลย อยากบอกว่าตกใจมากๆๆ ยื้อเล่นตัวอยู่ 2 วินาที เพราะว่าอารมณ์ตอนนั้นมันตกใจสุดขีดเป้นใครๆไม่ตกใจฟะ หัวใจเต้น 90 ขึ้น ไป 140แล้วววววในใจคิดว่าเอาแล้วกรูโดนฉุดแล้ว..... ไอ้ที่เต้น 140 ขึ้นไป 200 แร้น จะตายตรงนั้นให้ได้ เห้นอ้วนนั่งอยู่บนเตียง...กรี๊ดดดดดดดด
ลองวาดภาพตามเลยนะ เปิดประตูห้องเข้าไปขวามือเราเป็นห้องน้ำซ้ายมือเราจเป็นตู้เสื้อผ้าแต่ตู้ทีนี่เป็นกระจก เราเลยมองเข้าไปในกระจกเราก้จะเห้นส่วนทีเหลือของห้อง คือเตียง 2 เตียงนะ อ้วนนั่งอยู่ประมาณหัวเตียงของเตียงด้านใน ตอนนั้นคิดเลยนะคิดจริงๆ ว่ากรู....แน่ๆ วันนี้แน่ๆ...ช้านตายแน่ๆๆ....เครียดเส้นที่หัวปูด+ใจเต้นสุดแรงไม่เป็นจังหวะเลยเกือบหยุดเต้น เลยบอกพี่โจ้ว่าไม่เข้าไปนะ ไม่เอาเดี๋ยวพี่โจ้ปล้ำ พี่โจ้บอกให้เดินเข้าไป ตอนนั้นหูอื้อตัวช้าให้ทำไรก้ทำ แต่ด้วยอาการสูญเสียความเป็นตัวเอง แจนนี่เดินเข้าไปถึงกลางห้องปุ๊บนั่งลงบนพื้นพรมเป็นอีเย็นพับเพียบอย่างสวยงามเลยค่ะท่านผู้อ่านที่รัก บอกตรงๆว่าอายมาก ทำไรลงไปวะนั่น จากวันนั้นถึงวันนี้คิดทีไรยังทุเรศตัวเองอยู่ทุกทีซินั่น
คิดว่าคงทุเรศจนอ้วนกะพี่โจ้ตกใจเรียกให้ขึ้นมานั่งข้างบน บนปลายเตียง กรี๊ดๆๆๆปลายเตียง ใจช้านนนนตอนนี้ตุ๋มๆต่อมๆ คิดแค่อย่างเดียว เสร็จแน่ๆตูคืนนี้เสร็จแน่ๆ ทำไงดีหน้าหัวผมโอเคไหม (ซะง้าน) มาถึงตอนนี้ก้ยังทำตัวไม่ถูกอยุ่ดี คิดแค่ว่าทำไงดีๆๆๆๆๆ หน้าหัวผมโอเคไหมฟระ ขอโทษไม่ลืมสวย 555+ นั่งยังไม่ทันหายในใจสะดวก พี่โจ้บอกว่จะออกไปข้างนอก กรี๊ดดดดดดดดดด (ดีใจ...ม่าช่ายยย) แถมก่อนพี่โจ้ออกไปกำชับนักกำชับหนาว่าอย่าเปิดประตู พี่โจ้มีกุญแจเดี๋ยวไขเข้ามาเอง ถ้าใครมาเคาะก็ห้ามเปิด กรี๊ดกระจายในหัวเลยช้าน โอ้วววววพระอัลเหลาะห์ช่วยลูกด้วย อยู่กัน 2 คนแว้ว ทำไง ทำไง ในใจฟุ้งซ่านไปหมดแล้ว พอพี่โจ้ออกไปความเงียบบังเกิด ยิ่งทำตัวไม่ถูกกันไปใหญ่ นั่งเล่นนั่งเขี่ยที่ห้อยโทรศัพท์จนมันจะพันมือหมดแล้ว
อ้วนทำลายความเงียบด้วยการถามถึงเรื่องคนนั้น ก็เล่าๆไปนะ อ้วนบอกทำไมไม่ด่าน้องไปเลยว่ามันของส่วนตัว ก็ถ้าทำแบบนี้น้องสาวแจนจะซวยไปตลอดกาล เพราะน้องเขาไม่รู้ว่าแจนรู้ สรุปน้ำท่วมปากทำอะไรไม่ได้ แถมความซวยยังตามาอีกนานับประการ ช่างแมร่ง.... มาเรื่องอ้วนต่อ....คุยกันแป๊บนึงอ้วนเริ่มขยับมากลางเตียง กรี๊ดอย่าเข้ามาดิ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ทีนี้กระโดดมาปลายเตียง แต่ยังคนละเตียงอยู่ แจนก้อขยับมาอีกมุมเตียง อ้วนอยู่ซ้ายมือแจนพอจะนึกออกไหม แจนนี่เริ่มเหงื่อตก แจนเลยถามถึงเรื่องแฟนอ้วนซะเลย...อิอิอิ ก็แซวๆๆไปเรื่อยๆๆ จนอ้วนบอกขอเต๊ะทีได้ปะ..อิอิ ปากพูดพลางกระโดดมาปลายเตียงข้างช้านแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
To Be Continous
>
>
>
>
> > > > > > >
> ต่อๆๆๆๆๆจ้า
พออ้วนกระโดดมานั่งเตียงเดียวกันแล้ว คิดกันไปถึงไหนแล้วอะดิ...อิอิ ไม่ต้องคิดมากมาย 555+
ตามมาเบียดติดๆเลยนะ แจนนี่ก็กระโดดหนีอย่างไวว่อง ไปที่โต๊ะชุดรับแขกปลายเตียง มันมองหน้าเราพร้อมอมยิ้มแบบขำๆ แล้วก้ถามว่ากลัวอ้วนเหรอ ถามมาได้ไอ้บร้า กัวดิ (มาอยู่กะหนุ่มน่าตาน่ารักติดระดับแบบนี้ 2ต่อ2 ใครไม่กัวฟระ) อ้วนถามพร้อมกับอมยิ้มไมเลิก ทำช้านอายไปถึงหนายยยๆๆๆ ตามด้วยกลัวอ้วนทำไม อ้วนทำไรหรอก มัยยังยิ้มอยู่นะ ไม่ได้ยิ่มแบบหื่นๆนะ แต่ยิ้มแบบตลกช้านนน (มากไหมอ้วน) แล้วก็พร้อมกับเอามือตบเตียง แล้วพูดด้วยเสียงน่ารักน่าเอ็นดูว่า "มานี่เร็ว...มานั่งตรงนี้ดิ...เร็ว" ตบเตียงแปะๆ แนะ....เรียกอย่างกะตูเป็นเด็กนั่งดริงค์ แล้วแกเป็นอาเสี่ย ไม่ไปว้อย หยิ่งคร้าบขอโทษ แต่ใจจริงก็อยากไปนะแต่กลัว.....กลัวห้ามใจตัวเองม่าได้.......อ้าววววววววว......เอิ๊กกกกกกกกก เดียวจะกลายเป็นอ้วนเสร็จช้าน 5555+ ถามไมทันขาดคำตัวมาถึงชุดรับแขกแว้ว ไวจริงแก จู่โจมนะจู่โจม อ่านดีๆนะ จู่ ม่าใช้ จู๋....ก๊ากกกกกกกกกกกกกก ช้านเลยกระโดดถอยมาเก้าอี้อีกตัวติดข้างฝาแล้ว ไปไหนได้แล้วทีนี้ อ้วนอมยิ้มแสดงอาการขำ+ดีใจ แถมแซวอีกว่าไหนไม่ได้แล้วโดดล็อคๆ 555+ ไอ้บร้านี่ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ทำไงดี จนมุมแล้ว ตายแน่ๆ ตายๆๆ แจนนี่เอ้ย ตายๆๆ
นั่งมองหน้าไปสักพัก รอพอช้านเขิลพอตัว ตามมาอีก 1 แอคชั่น "ขอจับมือหน่อย ขอจับมือหน่อย" อยากให้จับนะแต่อายกะความเป้นผู้หญิงค้ำคอ แล้วก็ขอจับมืออยู่อย่างงั้นอ่า เกือบใจอ่อนนะ คนอะไรไม่รู้ขี้อ้อนชะมัด และในเวลานั้นนั่นเอง............... โทรศัพท์ดังขี้น.... น้องสาวโทรมาตามว่าจะเอาไง ก้อส่งsmsโต้ตอบกันไป แถมมีสายเพือ่นๆโทรเข้ามาตามถามหาตัวไม่เลิกลา ตอนโทรศัพท์ดังอ้วนดึงไปดูเลยนะว่าใครโทรมาแบบเเย่งโทรศัพท์เลย อะนะ หึ้งอะเด่555+ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นโทรกันเข้ามาจริง กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ตอบไม่ได้โว้ยยยย ทำไงๆๆๆ ได้แต่ก้มหน้าไปกะโต๊ะคุยโทรศัพท์ ระหว่างคุยไอ้นี่ไอ้อ้วนพยายามจับมือๆ(ไม่เลิก) เอาเท้ามาเขี่ยเท้าเขี่ยขาแซวอีก สนุกอะเด่ ยิ่งโต้ตอบไม่ได้อ้วนยิ่งชอบ เล่นอยู่อย่างนั้จนคุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่องไปเลย สมาธิขาดหายหมดสิ้น...กรำ เนื่องจากโทรศัพท์เข้ามาหสบายสายจนอ้วนออกอาการหมั่นไส้ กัดกันมาซะงั้น "แหมคนสำคัญใครๆก็รัก ใครๆก็เป็นห่วง โทรตามกันใหญ่" ดูสิคะ ดูๆๆๆๆๆ
คุยเล่นกันไปสักพัก อ้วนชวนอยู่ต่อไม่ให้กลับแล้วจะไปส่งตอนเช้า แนะ....ทำอย่างนั้นมิ๊ได้น้า ไม่ดีไม่เอา ในใจก็อยากอยู่5555+ แต่ถ้าขืนอยู่เสร็จแน่ๆๆ เลยปฏิเสธไปว่าไม่ดีก่า ไม่อยากมีปัญหามากก่านี้ เสียดายนะเนี่ย เฮ่อ.........
จากนั้นก็ถ่ายรูปเล่นกันอย่างหนุกหนาน ประมาณแก้เขิลกันไป....จากนั้นก็แย่งโทรศัพท์เราไปดูรูป......เวงกรำ...รูปอันอุบาทว์ของช้านนนนนนน ลบไม่ทัน วิ่งเล่นแย่งโทรศัพท์กันอยุ่ในห้อง คนอื่นอาจจะคิดว่าเราทำไรกันแต่ดูดิปัญญาออ่นม้า วิ่งกันอยู่ในห้อง4x2 เหมือนหนังอินเดีย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด มีฟามสุขเว้ยยยย ความกลัวเริ่มหดหายแล้ว แย่งกันไปแย่งกันมา แจนวิ่งหนีเข้าห้องน้ำนะ อ้วนก็วิ่งตามกรี๊ดดดๆๆๆ ใกล้ชิดๆ ชอบๆ หื่นๆ (เป็นงั้นไป) เบียดกันอยู่จนสู้แรงไม่ไหว.........กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ......ไม่ต้องคิดลึก ไม่ต้องคิดลึก ไม่ต้องคิดลึกเลย...อ้วนแย่งโทรศัพท์ไปได้แถมเบียดช้านออกจากห้องน้ำ เอาโทรศัพท์ไปดูเฉยเลย ตูเป็นงงเลยยืนรออยู่หน้าห้องน้ำตาแป๋วๆ ออกอาการรูปอันอุบาทว์ของช้านนนน....
ยืนรอสักพักเลยแอบดูสถานการณ์ด้านนอก ยังปกติแต่ แต่จริงๆคงไม่ปกติ
ยืนดูอยู่จนอ้วนออกจาห้องน้ำ อ้วนเดินเข้ามาด้นหลังเลยนะ ตกใจอิบหายเลยนะ อารมณ์ประมาณพระเอกเข้ามาหานางเอกจากด้านหลังจะเข้ามากอดอะ โอ้วพระเจ้าองค์ไหนก็ได้ช่วยลูกด้วย ได้ยินเสียงลมหายใจรดข้างหู หูขวาเลยจำได้มาจนถึงวันนี้ ความรู้สึกนั้นโอ้วววววววววว.....ขนลุก .....แต่......เดี๋ยวก่อน ยังไม่ได้กอดกานนนนนนนนนน แต่ไอ้เสียงขอจับมือหน่อยยังก้องอยู่ในหูไม่หายอีกเหมือนกัน ตามมาด้วยมือและแขนมาพร้อมโอบเราออกมาจากประตูตามด้วย แล้วก็ ตามด้วย ตามด้วย.....เอามือมาบีบพุง....แป่ววววววววววววววว...แว่ววววว......คิดอย่างอื่นกันไปแล้วอะดิ 5555555+ กร๊ากกกกกไอ้เราก็หมั่นไส้ชกเข้าพุงเข้าให้ไป 1ที อย่างแรงจนมันบอกว่าจุกนะเนี่ย..อิอิ สมๆๆๆสมน้ำหน้ากะลาหัวเจาะ อิอิ แล้วก็สนใจแต่ดูตาแมว ไม่สนใจอ้วนเลยจนงอนไปเลยอ่า คนอะไรขี้งอนชะมัด แถมมีคนหงุดหงิดที่แจนหายไปด้วย จะให้ทำไงได้ล่ะคะอ้วนที่รัก
อ้วนงอนจริงๆนะ เลยบอกให้แจนกลับไปได้แล้ว ดูแมร่งทำอย่ากะตูเป็นเด็กนั่งดริ้งค์ อยากให้มาก็เรียกอยากให้ไปก็ไล่ ก็ม่ามีไร ก็ออกมาแก้ไข้สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาเพราะแกเลยอ้วน เฮ่อ.... คืนนี้ก็ sms good night กันไป แต่แอบเสียดายจริงๆนะ
To Be Continous
7月22日 ต้อนรับอาคันตุกะ2เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาช่วงวันที่ 15-16 ได้ต้อนรับน้อง 3 คน คนแรก แอนนี่ มาบุกถึงบ้านแต่เช้าตรู่ น่าหงุดหงิดคนจะนอนไม่เกรงใจเล้ย มาถึงก็มาขอนอนไม่พูดไม่จาสักคำ พอตอนบ่ายๆ เราก็ออกไปหาอะไรกินกัน เราไปกินติ่มซำที่ I อิ่ม ราคาถูกมากๆ เข่งละ 17 บาทเอง กินกันอย่างบ้าพลังมักมาก ชวนเพื่อนต้อมมาช่วยกันกิน จะให้ต้อมมันสั่งไอ้นี้ก็ช้าไม่ทันใจ เลยต้องเดินไปสั่งเอง เสียอารมณ์อย่างแรงมันไม่ต่อเนื่อง
กินติ่มซำเสร็จก็ไปหาของหวานล้างปากกันที่ thw tide bakery อืมวันนี้ไม่เปิดแอร์เว้ย สงสัยกลัวลูกค้านั่งนาน เขาคงกะจะไล่ลูกค้า ก็ทำได้เจงๆ เพราะทนนั่งได้ม่านาน แมร่งโคดร้อน ถ่ายรูปเล่นสักพักก้อกลับ ไปลับอาคันตุกะอีก 2 คนจากกทม อีกคนแวะบ้านก่อนเพื่อไปเล่นกะน้องหมาที่มีนามว่า ฟาลุฟ เลยรับเมยืไปเลี้ยงลิงที่เขาสามมุข (อีกแล้ว....แอนฝากบอก)
ไปถุงเขาสามมุขก้อลงไปให้อาหารลิง เมย์ไม่กัวลิงเลย มันแยกเขี้ยวใส่แล้วยังกล้าไปแย่งของกะมันอีก จนช้านร้องเสียงหลงด้วยความกัวลิงจิกหัวกัด ส่วนแอนนี่นั่งอยู่ในรถ จนลิงมาขี้ใส่หลังคารถ แถมฉี่ใส่อีก (ตรงที่แอนนั่งนะ) เลี้ยงลิงเสร็จก้อไปถ่ายรุปเล่นกันอย่างหนุกหนานหนุกหนาน ทั้งบนเขาสามมุข และหาดบางแสน
ถ่ายรูปลั่นลาเสร็จก้อไปรับหนุ่มน๊อตที่บ้านไปรับทานอาหารเย็นกัน แถวๆหลืบหลังม.เลยไปนิดเลยไปหน่อยเกือบทะลุหาดวอนแร้น....สั่งกับข้าวกันมา4-5อย่างบวกข้าว 1 โถ ราคา 180 บาท ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ ก็ตกใจอย่างที่เมย์บอกจริงๆ กินเสร็จก็ส่งแอนนี่ขึ้นรถกลับกทม เพื่อไปต่อรถกลับบุรีรัมเปอร์ พอส่งสาวนักเดินทางของเรา ก้อส่งน้องๆ เพือ่นๆ แยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อจาไป differ สถานที่ที่คุ้ยเคยที่เต็มไปด้วยความหลังครั้งกระนู้นกะไอ้หูกาง
กลับถึงบ้านยิ่งกว่า need for speed กะ the fast and the furious ปนกันซะอีก อาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าภายในครึ่งชั่วโมง โอ้ว.....แม่เจ้า........สติแทบแตก ทำไงต้องสวยให้ได้ภายใน 30 นาที แต่โอเคสำริดผลเว้ย สวยพอไปวัดไปวาได้
วันนี้มีฟุตบอลนัดสำคัญนัดชิงชนะเลิศ คนที่ differ เลยแน่นมากกว่าปกตินิดหน่อย แต่ปกติคนก้อไม่น้อยนะ 5555+ เดินเขาไปปุ๊บ.....เรียกผู้จัดการร้านเลยให้หาโต๊ะให้หน่อย แอบมีเส้นแอบมีสาย ได้โต๊ะหน้าเลย เสร็จธุระเรื่องโต๊ะ ตาเจ้ากรรมมันก้อดันตั้งใจหันไปมองมือเบสด้วยความคุ้นชิน แต่ไอ้คนเนี่ยฮาอย่าบอกใคร ถึงจาผมยาวสูงขาว แต่หน้าไม่ผ่านนะ แล้วไอ้ที่ขำเนี่ย ขำลีลาดีดเบสมัน เหมือนคนเมายามาเล่นเบสยืนขำกะเมย์ตลอด ชอบว่ะ
นักร้องน่ารักมาก นักร้องก้อคือ มะเหมี่ยววงทีจี น่ารักดี แต่ตัวใหญ่ไปนิดนึง นั่งดื่ม จนยืนดื่น จากคนน้อยจนคนแน่น พอได้ที่ เริ่ม มองหาเป้าหมาย บังเอิญมีคนมายืนข้างหลังผมยาวใส่หมวกได้ฟิลหูกางมาก กะว่าจะแกล้งเมาแล้วเอนไปโดนสักกะหน่อย แตยังพอมียางอยุ่เลยได้แต่แหล่และเบียด ว๊า.........เสียดายจัง
ทำไงดีล่ะ ยังหาเป้าหมายไม่ได้สักคน... อย่างที่บอกพอเริ่มได้ที่มองใครก้อน่ารักไปหมด วงก้อใกล้จาเล่นจบแล้ว สักคนๆๆๆๆๆๆๆ แจนนี่ เอาวะมือกลองเนี่ยแหละ น่ารักดี เพิ่งเห้นมันตอนจาเล่นเส้ด ก่อนหน้านี้ไมมองม่าเห้นมันวะ....อิอิ แต่ได้แต่แอบหลงไหลได้ปลื้ม...เท่านั้น
ก่อนกลับแวะกินข้าวต้มร้านผักบุ้งลอยฟ้าและดูบอลด้วย ง่วงฉิบแต่หิวโคด กินไปดูบอลไป ตาจาปิดแต่ที่เซ้งที่สุดดูเหมือนทั้งร้านจะเชียร์อิตาลี กรูเชียร์ฝรั่งเศสคนเดียว แมร่งแพ้อีกเซ็งคูณ2 SMS บอกใครก้อโดนซ้ำเติม โดยเฉพาะกบมาบอกว่าฝรั่งเศสเราเป็น Frenchfried ง่าแอบเคืองวุ้ย ขากลับน้องๆหลับเป้นตาย นายน๊อตเนี่ยหลับตั้งก่าร้านข้าวต้ม
วันถัดมาก้อมารับเมย์กะน๊อตไปกินข้าวร้านป้าหลังม. แล้วก็ไปถ่ายรูปกันที่สวนผีเสื้อสายทิพย์ อย่าบอกว่าไม่ต้องไปเที่ยวกันเลย เพราะม่ามีไรเลย ไปถ่ายรูปกันที่สวนผีเสื้ออย่างเมามันส์ บวกกะอากาศร้อน จนน่าหงุดหงิดแต่ต้องเก็บอาการเดี๋ยวน้องตกใจ แต่ก็ได้รูปสวยๆมาเพียบ เห็นรูปแล้วก้อชื่นใจขึ้นหน่อย
แล้วก็ส่ง น้อง 2คนขึ้นรถกลับกทม จ้า
7月4日 ไปดูลายมือมาล่ะไปยืนรออยู่เกือบ 2 ชั่วโมง ยืนรอแบบตากฝน แต่ฝนตกปร่อยๆๆ ไม่ได้ทำให้ดิช้านนนสะท้านแต่อย่างใด ฝนแค่ไหนก็ห้ามกันงานนี้ไม่ได้ ขอบอกว่าแม่นเยี่ยงตาเห็นเลยนะ
ถึงคิวแล้วววววว.....
หย่อนก้นบปุ๊บหมอไม่รีรอ เปิดไฟสาดส่งลงมาที่มือ แล้วก็เริ่มพยากรณ์ตามเส้นลายมือกันไป
อันแรกที่ทาย คือ นิสัยดุดื้อ คิดไว เป็นคนมีความคิดแปลกใหม่ตลอดเวลา ก็โอเค
เรื่องที่สอง คือ เรื่องเคราะห์ เขาว่าปีนี้จะมีเคราะห์ มี 2 อย่างแน่ะ อย่างแรกอาจจะเสียตังก้อนโต อันที่สองอาจจะเกิดอุบัติเหตุแต่ไม่ถึงตาย เพราะมีเส้นอะไรนะจำม่าได้แล้วมาสะกัดกั้นเอาไว้ อาจจะเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสองอย่าง แต่ใจช้านไม่อยากให้เกิดซักอย่าง ไม่อยากเสียกะตังแล้วก็ไม่อยากมีอุบัติเหตุ
ว่าด้วยเรื่องอุบัติเหตุไปดูหมอมาวันอาทิตย์ วันนี้วันอังคารไปบิ๊กซี ไปชนปีเก้ (คือกรวยกั้นถนนสีส้ม เขาเรียกว่าปีเก้นะ) เข้าอย่างจังกรวยกระเด็นไปเลย อายมากๆ รีบขับออกมาแบบไม่ลงไปดูเลย อายโคตะระ
ต่อมาเรื่องความรักอันนี้สำคัญสุด เด็ดสุด 555+ ยาวหน่อย เรื่องนี้ต้องขยายยยยยยย....เอิ๊กกก
ฮึๆๆๆๆ หมอบอกว่าจะมีมา 2 คนกำลังมาหมายถึงตอนนี้แต่ไม่ใช่คู่แท้นะเป็นคู่จร คนแรกจะเด็กกว่าแล้วช้านจะไปลงทุ่นกะมันซึ้งหมายถึงช้านนทุ่มให้มันเยอะ ใครฟะ ตอนฟังคิดได้คนเดียวแต่คงม่าใช่ อิอิ.. ส่วนคนที่ 2 แก่กว่า (หมอบอกว่าคบคนแก่ดีก่า) แต่คนแก่จะมาลงทุ่นกะเรานั่นหมายถึง เขาจะมาขอเราแต่งงาน...โอ้ววววววว....ไม่อยากแต่งกะคนแก่....ขอเด็กหนุ่มๆได้ม้า
หมอบอกอีกว่าภายในสามวันนี้แหละมันมาแน่.......เหมือนตาเห็นชิบบบบบบ...เลยคุยกะหมอวันอาทิตย์ วันจันทร์เจอหนุ่มเลย แต่ไม่โดนง่า แต่ท่าทางเขาจาชอบช้านนนน่าดู แต่ไม่โดนๆๆๆ
หนุ่มผู้นี้มีนามว่ากอล์ฟ ขอเรียกน้องกอล์ฟละกัลลลนะ เพราะเด็กก่าตั้ง 5 ปี แน่ น้องเขาเกิด 2527 ส่วนเจ๊ เกิด 2522 เซ็งจิต.... แต่น้องกอล์ฟบอกว่าอายุเป็นเพียงตัวเอง ตัวเลขไปคนเดียวนะกอล์ฟนะ พี่แบบว่าขอบาย เป็นพี่เป็นน้องกันไปดีก่าโน๊ะแม่นบ่......คริๆๆๆ
แล้วอะไรอีกหว่าลืมๆๆ ต้องค่อยๆๆนึก อ่อ...... หมอบอกว่าดวงเป็นคนดวงแรงเรื่องความรัก หมายถึงอยู่ด้วยกันกะคนรักไม่ได้ ก็คือถ้าจะมีแฟนต้องเลือกที่อยู่ไกลๆกัน นานๆเจอกันที ถึงจะอยู่กันยืด ถ้าอยู่ด้วยกันต้องเลิกทุกราย อันนี้น่ากลัวโน๊ะ เศร้าด้วย รักกันแต่ม่าได้อยู่ด้วยกันเศร้า หมอบอกว่าให้มีแฟนเป็นทหารเรือ ไม่ก็ฝรั่งไปเลย แต่ช้านนนนคิดว่าคงจะได้แฟนเป็นนักร้องนักดนตรีแง้มๆๆ พวกนี้ก็ม่าค่อยอยู่ติดบ้าน 555555555+
แล้วอันสุดท้ายสำคัญมาก หมอบอกว่า คนที่เลิกกันไปจะกลับมา เพราะว่าเขาไปไม่จริง เขาจะกลับมาแน่นนอน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!! ได้ยินทีแรกก็ดีใจ ว่าแต่ใครมันจะกลับมาวะเนี่ย no return นะ แต่ถ้ากลับมาจริงๆจะเป็นใครฟะเนี่ย อยากให้กลับมาอยู่คนเดียวแต่คงเป็นไปไม่ได้ ขอให้เป็น....ได้ไหม 55555555+ แต่ทางที่ดีอย่ากลับมาเลยสักคน เพราะกลับไปไม่เหมือนเดิม.....
ก็ประมาณนี้แหละนะ ส่วนอย่างอื่นไม่เห็นชัดเท่าที่เล่ามา อิอิ บอกแล้วว่าแม่นมาก ครายสนใจก็มาชลบุรีนะ จะพาไปดู หมอดูให้นานด้วยนะ วันนั้นกลับบ้าน 5 ทุ่มแน่ะ
6月27日 ไปเที่ยวมาอีกแล้ว...จ้าวันเสาร์ไปดูคุณอนุวัฒน์ที่ yes indeed ก็ไม่มีอะไรก้เดิมๆ ไม่แตกต่าง แต่วันนี้ก็สนุกดีนะ ต้องขอบคุณพวกพี่ยุ้ย ตูน พู ต๊ะ ที่ให้ร่วมแชร์โต๊ะ ได้ตะโกนดังๆ มันสะใจดีว้อย
วันนี้แอบอิจฉาแอนนี่อย่างแรงโว้ย เรื่องอะไรนะเหรอ ได้โอบกอดบอยน่ะจิ..อิจฉาๆๆๆ 555+ แหมๆๆ เราม่าเคยได้กอดนี่นา แล้วก็อีกมากมายหลายเรื่อง 5555+....อืม...ได้......
วันอาทิตย์ก็ไปกิน coffee bean ที่ซ.ร่วมฤดี งานนี้แอนเลี้ยง เพราะเจ้ามือของแจนนี่แพ้พนัน 5555+ อิ่มอร่อย+ปวดอึ สงสัยจะเป็นโกโก้เย็นแก้วนั้น โกโก้เย็นแก้วละ 100 บาท แต่รสชาติไม่ได้ครึ่งแก้วละ 10 ที่ร้านน้ำชาของบังที่ไปกินกะ honey บ่อยๆ555+
ส่งแอนที่สยาม แจนนี่ก็ต่อไปศรีนครินทร์ไปหาพี่เอ็มไปยืมดีวีดี ทีแรกนัดกันดูหนัง เรื่อง silent hill เมืองผีบ้า....ม่าช่ายๆๆ..เมืองห่าผี....แต่แจนนนี่มีธุระด่วนเลยต้องcancelเสียดายมาก อดดูเรยยยย
กลับถึงชลบุรีก็ 3 ทุ่มโน่นนนนนนนนนนน...โทรนัดเพื่อนออกมาคุยเรื่องสอนหนังสือ ต่อไปนี้จะต้องเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษเพื่อนการท่องเที่ยวและการโรงแรมให้ททท.ของภาคตะวันออก (ทีแรกนึกว่าจะให้สอนที่ม.บูรพา) ฟังดูโก้น่าดู คุยงานพอคร่าวๆ ก็ยังไม่อยากกลับบ้าน...เลยไปต่อกัน
ไปเบอร์ด๊อกคร้าบบบบ(อีกแล้ว) แต่วันนี้สนุกมากมายก่ายกองเลย คนเยอะเบียดกันจนร้อน วงวันนี้เล่นได้สนุกไม่เหมือนคราวที่แล้ว เล่นได้ออกแนวพี่ตูนผสมน้องปั๊บ นักร้องน่าร๊ากกกกกกกกกก.......แต่......เตี้ย.....บวกหัวโต...แต่ยังน่ารักอยู่..... 55555+
เอาอีกแล้วครับท่านแจนนี่ชาตินี้คงหนีไม่พ้นนักร้องนักดนตรี มันมองมาบ่อยเกินแต่คราวนี้ม่ามาขอเบอร์นะ 5555+ อาจจะเพราะได้ความแตกต่างกันด้านความสูง ถ้าน้องเขามาจีบเจงๆๆ ไปไหนมาไหนคงต้องอุ้มเข้าเอว เพราะตัวน่าจะเล็กพอๆกะเบสวงหนอนด้นนักร้องนำที่พี่คูณไปเล่นเบสให้ไง คือเตี้ยกว่าช้านนนนหลายเซ็นอยู่
คราวนี้ไปกะเพื่อนสาว อาจารย์ม.บูรพา 5555+ she present ดิฉันจนน้องนักร้องเขิลกันไปเลย อายม้วนซะร้องเพลงเกือบไม่ได้กัน แอบได้ยินตอนเสียงหลงนะ 55555+ แต่ก็น่ารักอยู่ ได้ใจพี่ไป 1 ดวงเลยนะน้องจ้า คราวหน้าจะไปแอบดูน้องเขาร้องเพลงอีก....อิอิ ได้ดูเด็กๆหน้าตาน่ารักแบบเนี้ยะมันชื่นนนนนนนจายยยหลายๆเด้อค่ะ
กลับบ้านตี 2 โน้นกลับมาเล่นเน็ตต่อ โฮะๆๆๆๆ นอนตี4อีกแล้ว...เซ็ง...เดี๋ยวหน้าแก่กันพอดี....อุตสาหลีกเลี่ยงแสงสีและควันบุหรี่แห่งรัตติกาลมาหลายเดือน...หุหุ
ปล. สงสัยชาตินี้คงจะต้องได้แฟนเป็นนักร้องนักดนตรีแง้มๆๆ โอ้วมายบูด้า...พระพุทธเจ้าช่วยด้วย ข้าพระองค์ต้องคำสาปหรือนี่กระไร....กรี๊ดดดดดดดดดดๆๆๆๆ 6月14日 อย่ามาคิดแทนกันขอร้องจิตใจคนอยากแท้หยั่งถึง เพราะฉะนั้นอย่าคิดแทนใคร ข้อร้อง ไอ้พวกที่ชอบคิดแทนคนอื่นเนี่ย พื้นฐานจิตใจทำด้วยอะไร อยากจะรู้จริงๆ เลิกมองโลกในแง่ร้ายเถอะ ไม่มีใครเป็นอย่างที่คิดทุกคนหรอก ใจคนอื่นตัวคนอื่นอย่าทำเป็นรู้ดีรู้ไปหมดทุกอย่าง ขอร้อง หัดมองโลกในแง่ดีซะบ้างนะ ไม่มีใครเป็นเหมือนตัวเองหรอก โลกมันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั่น หยุดซะที
เกลียดจริงไอ้พวกที่ชอบคิดแทนคนอื่น น่าเบื่อ อีกหน่อยคงไม่มีใครคบ เซ็งมาก
ไหนจะเรื่องชอบอวดรู้อีก น่ารำคาญมาก ชอบเอาชนะอีกล่ะ จะทำไปทำไมเพื่ออะไร ไรสาระ เอาเวลาไปคิดไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม เพื่อนกันเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก ทำไมต้องหาเรื่องรำคาญใจมากให้ตลอดเลย เบื่อ เป็นอะไรมากไหม
เดี๋ยวมาอัพต่อ วันนี้เซ็งแล้ว
6月13日 ต้อนรับอาคันตุกะวันที่ 12 ที่ผ่านมามีโอกาสต้อนรับน้องจากบางกอก 2 คน ไม่ค่อยสนิทกับน้องคนนี้เท่าไหร่นักนะ ตอนแรกก็กลัวจะเกร็งๆ แต่พอเจอน้องเขาก็โอเคนะ เป็นคนสนุกๆ ชอบๆๆ หายเกร็งไปเลย น้องเขาคยเก่งดีกว่าที่คิดเลย โอเคใช้ได้ๆ สนุกดี
แต่คืนวันที่ 11 กำลังหลับได้ที่คุณพี่ใหญ่โทรมาปลุกซะง้านนนนตอนตี 2 เพิ่งนอนไปได้ 2 ชม โทรมาให้พิมsms ภาษาไทยส่งไปให้หน่อย ดูๆๆ เลยนอนไม่หลับกันไปเลยง่า กว่าจะได้นอนอีกทีตี4 ได้
พอเช้าวันที่12 ตื่นแต่เช้าเตรียมตัวต้อนรับน้อง สรุปน้องให้พาไปเที่ยวกลางคืนเฉยๆ แจนก็เลยไปหาอะไรกินฆ่าเวลากินกันไปตั้งก่าบ่ายโมงยันสี่โมงก่าแน่ะ จุกกันไปเลย ยังไม่พอกลับไปนอนบ้านเพื่อนนะ พอสามทุ่มออกมากินก๋วยจั๊บหน้าม.อีก มีความสุขที่สุดเลยที่ได้กินอะไรเยี่ยงนี้
พอถึงเวลานัดก็ไปรับน้องที่โรงแรม ตอนแรกอยากไปพัทยา น้องเขาก็เกรงใจเห็นว่ามันไกล ไม่ยอมบอกแต่แรกว่าจะไป เพราะเราขาประจำ differอยากไปๆๆๆๆ น้องไม่ยอมบอก เราเลยพาไปเบอด็อกแทน ไอ้ที่นี้เคยมาครั้งสุดท้าย 4 ปีที่แล้ว ถึงร้านลังเลระหว่าง 2 ร้าน be chic กะไอ้ร้านเนี้ย เรากลัวน้องไม่สนุกกลัวร้านมันไม่เวิร์ค
สุดท้ายลือกเบอด็อก เข้าไปร้านเปลี่ยนไปเยอะมากกกกกกกกกก คนน้อยช้านคิดในใจจะสนุกไหมฟระเนี่ย กลัวน้องไม่สนุกเลย อดคิดไม่ได้ แต่สุดท้ายมันไม่สนุกเอาเจงๆ เลยนั่งนินทานักดนตรีแทน(ซะง้าน) ก็สนุกดีนิดหน่อย จะสนุกมากถ้าร้านมานเปิดเพลงเพราะก่านี้ เพราะบิ้วไม่ขี้นเลยขอบอก แต่ช้านก็พยายามเต้นนะจะได้ม่าเซ็ง
แต่ไปงานนี้ ได้หนุ่มมา 4 คนนะ 5555+ คนแรกที่เปิดประเดิมคือ มือกีตาร์ของร้านนั้น 5555+ หน้าตาประมาณบางแก้ว แต่ก็น่ารักดี ให้เด็กที่ร้านมาขอเบอร์ให้ แต่ไม่มาขอเองความกล้าไม่พอเลยน้องเอ้ย แล้วน้องเขาจะรู้ไหมว่าช้านแก่กว่าเนี่ย คนที่ 2 เป็นใครม่ารู้ไม่เห็นหน้าเห็นแต่เงาดูท่าทางแล้วคงรุ่นพ่อนะเห็นน้องบอกงั้นไม่สนใจ คนที่ 3 เป็นเพื่อนของเพื่อนหน้าก็แก่เข้าขั้น กัวไปแล้วววครึ่งนึง หน้าย่นไปขนาดนั้นตัวเล็กอีก อะไรเนี่ย ไม่อาววววแบบนี้นะ คนที่ 4 ให้เพื่อนผู้หญิงเขามาขอเบอร์แต่ตัวไม่อยู่กลับไปถึงไหนๆๆแล้ว สงสัยกลับไปกะเมียแน่ๆเลย555+ สุดท้านไม่ได้ให้เบอร์ไปสักคน ตัดปัญหาโดยการขอเบอร์พวกนั้นมาทั้งหมด นั่นแหละ จะได้จบๆไป แต่ก็ไม่โทรสักคนนะ กร๊ากกกกกกกกกกกก....กัววว
พอร้านปิดกะจะไปต่อ แต่ไอ้คนชวนมันดีแต่ปาก พวกเราเลยอดต่อเลย....เศร้าจายยย เลยส่งน้องกลับโรงแรม แล้วแจนก็กลับบ้าน แต่กว่าจะได้นอนตี 4 โน่นมัวแต่คุยโทรศัพท์อยู่กะน้องอีกคน อาบน้ำอีก โอ่ยกว่าจะได้นอน คริๆๆๆ
ตื่นมาด้วยความมึนๆ งงๆ สติไม่ครบ อาบน้ำสระผม ออกมารับน้องไปกินข้าว พาไปกินส้มตำ ไม่รู้ว่าน้องจะชอบไหม แต่ว่าร้านนี้มันอร่อยเจงๆนะ ใครมาที่นี่นา เลยพาไปต่อที่ the tide coffee shop ที่แรกว่าจะไปกินเค้ก แต่ม่ามีใครกินเลย เลยกินติมแทน เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดสะใจมาก
นั่งคุยกันอย่างเพลิดเพลินใจ แต่แจนนี่ง่วงมากๆๆๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด หน้าก็หมองๆ เพราะนอนน้อย ทาแป้งก็ม่าติด วันนี้หน้าตาอุบาทว์มาก แถมไฮเปอร์ไม่ค่อยออก วันนี้เลยเรียบร้อยไปเลย พอส่งน้องๆแยกย้ายกันไป ช้านกลับถึงบ้านปุ๊บก็หลับปั๊บเพราะเหนื่อยมากกๆๆๆ
มานั่งอัพสเปซยังมึนอยู่เลย ง่วงต่อเนื่องง่า คืนนี้จะนอนให้เต็มอิ่มเลยคอยดูสิ
หวังว่าน้อง 2 คนคงจะสนุกนะจ๊ะ แอบเครียด กลัวเป็นเจ้าบ้านที่ไม่ดี คราวหน้ามาใหม่อีกนะ สนุกดี 6月8日 ว่าด้วยเรื่องของพวกplayboyของกรูPlayboy Playboy
บอกไว้ก่อนนะคะ มิตรรักสหายทั้งหลาย อันนี้ช้านขอแรง ช้านอยากระบายเว้ย
ในชีวิตช้านรู้จักได้มีโอกาสรู้จักมักจี่กะไอ้เพลย์บอย 2 ตัวนี้ 2 คนที่ไม่มีความเหมือนกันเลยสักนิด 2 คนแห่งความแตกต่าง ส่วนไอ้ที่เหมือนกันที่สุดเหรอก็ตรงที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงใช้ชีวิตเหมือนกันไง แมร่งสาระเลว กรูโมโหว้อย แต่มีความเหมือนที่แตกต่าง เหมือนกันไงต่างกันไงมาอ่านเอาละกันจ้า
เพลย์บอยหมายเลข 1 ให้เป็นนัมเบอร์ 1 เพราะว่า เทอคือที่ 1 ของรู้ตัวไว้เลย อ้าวววววววววววว...เกี่ยวไหมวะ
หมายเลข 1 เป็นคนที่จัดได้ว่าน่าตาน่ารักมากถึงมากที่สุด สาวตอมหึ่ง ไม่ใช่แมลงวันตอมขี้นะ ตอมมันนั่นแหละ เอ๊ะ...หรือว่ามันเป้นขี้วะ
บุคคลิคโดยรวมก็โอเค หุ่นก็ใช้ได้เลยนะ แต่ผอมไปหน่อย นิสัยก็ใช้ได้นะ ขี้เล่นตามภาษาผู้ชายเจ้าชู้สาดดของมาน จะว่าไปปากหวานใช่ย่อยนะถึงจะไม่เคยชิมก็เถอะ...กร๊ากกกกก ไอ้หมายเลข1 เนี่ยมัน ก็เอาใจใส่ห่วงใยช้าน มันอาจจะหวังผล แต่มันห่วงใยจริงๆ ป่าววะ เอาเป็นว่าเข้าข้างตัวเองรู้สึกได้เอง ความสุขเล็กๆน้อยๆเว้ย
สุดท้ายก็รู้ว่าไอ้หมายเลข 1 แมร่งหวังฟัน แต่ไม่ได้ฟัน ฝันไปเหอะเมิง ของงี้ใครจะให้กันง่ายๆ แมร่ง .... สุดท้ายพอไม่ได้ฟันมันก็เริ่มตีตัวออกห่าง ช่างหัวมัน เป็นบุญของช้านแค่ไหน แต่แอบเสียดายหน่อยๆ....เอิ๊ก....อะย้อเย่นนะ แถมได้ยินมาว่าหมายเลข 1 ชอบจีบผู้หญิงรวยๆ อันนี้ไม่รู้จริงไหม โชคดีที่ช้านไม่รวย แต่ผู้ชายคนเดียวช้านเลี้ยงได้ 5555+
แต่หมายเลข1 มันยังดีนะ ส่งข้อความไปคุยกะมันก็ยังตอบกลับ ให้ความสนใจ มีปัญหาไรส่งข้อความไปบอกก็ได้กำลังใจกลับมา โทรไปยังรับเลย คิดดู มันมีน้ำใจนักกีฬาเหมือนกันนะจะว่าไป
สุดท้ายสรุปแล้วมันก็ยังมีความเป็นคนดีของมันอยู่บ้าง ไม่เสียแรงที่ชอบ ไม่ค่อยเสียใจกะหมายเลข 1 เท่าไร เพราะมันไม่ได้ทำให้เราเสียใจไรมากมาย ก็แค่เสียดายยยยยยยยย....อ้าวววว...ม่าช่ายๆๆๆ สรุปนิสัยยังโอเคคือช้านกะมันก็อาจจะเป็นเพื่อนกันได้ม้างนะ 555+
ส่วนไอ้เพลย์หมายเลข 2 ขอให้เป็นหมายเลขแห่งซาตานไปเลยเมิงยิ่งกว่าThe omen ตัวซวยแห่งปีของกรู ตัวซวยที่กรูร๊ากกก...รักๆๆ แทบขาดใจ ไอ้เลวแมร่ง พูดถึงแล้วโมโหฉิบ...เซ็งจิต
หมายเลข 2 ก็สเปค สาวๆอีกตามเคย อย่างนี้แหละไอ้พวกเจ้าชู้สาดมันมันรูปร่างหน้าตาเป้นอาวุธยุทธโธปกร(เขียนถูกไหมเนี่ย)ไว้ล่าสาวๆ แล้วสาวๆก็ตอมมันหึงน้อยกว่าหมายเลข 1 ซะที่ไหนกันล่ะ สาวจีบมันตึมขอบอก แต่จะว่าไปหมายเลข 2 ดูเหมือนจะไม่ใช่คนเจ้าชู้เท่าไรนะ แต่แมร่งความซวยของกรูเอง
หมายเลข 2 เจงๆ แล้ว เป็นผู้ชายที่นิสัยดีเลยนะ ดีมากๆ แต่จะเสียตรงที่สูบจัดดื่มจัดแค่นั้น แต่นิสัยส่วนตัวดีมากๆ เป็นคนเก่งด้วย เป็นนักดนตรีที่จัดว่าเก่งมากๆคนนึงเลยนะ มีความสามารถ แต่ไม่ค่อยจะเอาไปใช้เสียดายแทนมันมาก หมายเลข 2 เนี่ยก็หุ่นดีนะสูง แต่ก็ผอมไปอีกนั่นแหละสรุปเลย ว่าหน้าตา นิสัย โอเคเลย เป็นคนดีนะ แต่แมร่งไมมันมาทำเลวๆ กะกรูคนเดียว
ตอนคบกันแรกๆๆไอ้นี่มันดี ทุกอย่างเอาใจไม่เคยขาดตกบกพร่อง น่ารักฉิบหายขอบอกเลย แถมบอกรักอยู่เนื่องๆ แต่งเพลงให้อีกต่างหากเอา มันทำช้านเพ้อไปถึงไหนๆๆ แต่กรูไม่เคยได้ฟังเพลงที่มานบอกมานแต่งให้ ชาตินี้กรูคงไม่ได้ฟังแล้วล่ะ....ไอ้เลว
พอกรูรักเมิงดันมาบอกมีแฟนแล้ว.....ไอ้เวง สงตีง เจงๆ แล้วที่นี้ให้ช้านทำไง พอจะเลิกกะเมิง เมิงบอกจะเลิกกะแฟนเมิง พอกรูคบต่อเมิงไม่เลิก เมิงจะเอาอะไรเอาสักอย่างได้ไหมสาระเลวไหมล่ะเนี่ย ได้อย่างเสียอย่างรู้จักไหมไอ้.....
ถ้ามันมีปัญหาเรื่องค่าใช่จ่ายไมไม่บอก บอกสิวะ กรูไม่ใช่คนรวยอาราย แต่บอกแล้วไงผู้ชายคนเดียวกรูเลี้ยงได้ วันนึงจะกินข้าวสักกี่ตังค์กันวะ ถามหน่อย รู้ว่าช่วงนั้นไม่มีงาน แต่มันก็สุภาพบุรุษตามเคยไปไหนออกจ่าย ช้านต้องคอยแย่งมานจ่ายเพราะรู้ว่าช่วงนั้นมันไม่มีงาน เฮ่อ..................อย่างว่าผู้ชายที่ไหนก็คงไม่ชอบให้ผู้หญิงเลี้ยง
พอคบไปเข้าอีล็อบเดิม พอไม่ได้ฟัน เริ่มห่างหาย ไอ้ชั่ว เห็นผู้หญิงเป็นไรฟะ หรืออาจจะมีเหตุผลอะไรก็ไม่รู้นะ ช้านไม่เคยรู้เหตุผลทีมันหายหัว อาจจะเป็นที่ช้านไม่ดี เอ่อๆๆๆๆ ก็ได้วะ รับผิดไว้เองก็ได้วะ แต่บอกช้านหน่อยได้ไหมว่าทำไม ช้านไม่ดีตรงไหนไมไม่บอก ช้านไม่เคยโกดมันเลยนะ กะสิ่งที่มัน ทำ แต่ดูมัน โกดช้านอย่างกะจะฆ่ากัน ไอ้เลว โคตะระ
ไมต้องมาหลอกกันแบบนี้ ชาติที่แล้วไปทำไรให้มันวะ ไอ้หน้าหม้อเอ้ย เฮ่อๆๆๆ ไม่อยากจะด่าแล้วเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าช้านเป็นคนไง เอาเป็นว่าช้านไม่เคยโกดหมายเลข 2 เลยนะ ไม่สักนิดเดียว ไม่โกดไม่เกลียด อยากเป็นเพื่อนกันก็แค่นั้น แต่ไม่เข้าใจการกระทำของมันเท่านั้นเอง ว่าทำไม๊ทำไม กลายพันธ์ได้เพียงชั่วข้ามคืน จากเทวดาเป็นซานตาน
ส่งข้อความไปไม่เคยตอบกลับ โทรไปไม่เคยรับ ทำให้คนเขารักต้องรับผิดชอบบ้าง หลบๆๆแบบนี้แถวบ้านเรียกว่าตุ๊ด หรือไอ้หน้าตัวเมียของแท้ ทำผิดไม่รับผิด หลบมันเข้าไป ถ้าชีวิตมันมีความสุขกับการทำแบบนี้ เรื่องของมัน ถ้ายังไม่รู้จักคำว่าเหตุผลก็ อยู่กับความโกดต่อไป จมอยู่กับมันไปเลย แล้วช้านหวังว่ามันจะเป็นผู้ใหญ่สักวัน
อวยพรเลยนะ เรื่องงานนี่ขอให้ประสบความสำเร็จไวๆ เพราะความสามารถมันเก่งกาจ ส่วนเรื่องอื่นช้านยกโทดให้มันหมด
ช้านจะบอกว่าช้านทำใจได้แล้วเรื่องหมายเลข 2 ทุกคนฟังไว้นะ มันไม่เหมาะกะช้าน เรามันของละอย่าง คนละแบบ คนละโลก ไม่มีทางไปกันได้ แต่ช้านแอบเคืองแมร่งไมมาทำกะช้านแบบนี้ ช่างหัวมัน กับมารักตัวเองเว้ยยยยยยยย
ปล. กำลังตามหาหมายเลข 3 เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก...
6月5日 กรูจะเมาใครจะทำไมวันเสาร์ที่ผ่านมาไปพัทยา กันมา 3 คน มีแจน ภู่ ต้อม นัดพวกพี่ๆ ไว้ที่พัทยาล่ะ ก็นัดพี่เพชร พี่ซินดี้ แล้วเพื่อนพี่เขาอีก 3 คน
ไปที่บ้านพี่เพชรก่อนนะ พี่เพชรต้อนรับดีมาก บ้านสวยมากๆด้วย ก็เจ้าของโครงการนี่โน๊ะ รอสักพักพี่ซินดี้กลับมา เอาไวน์ขาวมาให้พวกเราดื่มระหว่างรอ แต่มันเปรี้ยวและดราย แจนเลยกินไปได้นิดเดียว ซึ่งเกรงใจพี่เขามาก
เห็นพี่เพชรพี่เขาน่ารักดีนะ น่ารักก่าในรูปอีก พี่ซินดี้อีกคนน่ารัก สวยมาก ผิวเนียนโคตรๆ แต่งหน้าสวยมาก ชอบพี่เขาสองคนเลยนะ พี่เขาแบบว่า nice มากๆ
พี่ซินดี้แต่งตัวเสร็จ เราก็ออกไปเที่ยวกัน วันนี้ได้ไปเที่ยวที่ walking street ร้านอะไรไม่รู้เหมือน แต่ถ้าคนที่เคยไปน่าจะรู้ ร้านที่มีบันไดเลื่อนขึ้นไปนั่นแหละ ร้านก็โอเคนะ มีวงฮิปฮอปเล่น 1 วง ของชอบเลย ตอนแรกเขาไปคนไม่เยอะ พอสักพักเต็มเลย สรุปแล้วร้านนี้โอเคเลยล่ะ
เข้าไปเริ่มต้นด้วยกามิกาเซ่ 2 แก้วคร้าบ แล้วพี่ซินดี้สุดสวย ก็สั่งเตกีร่า มาให้ซัดกันเล่นๆ 1 ขวด ช้านกินเข้าไปเริ่มที่ ช็อตแรก ไม่มีไรเกิดขึ้น สนุกๆๆๆๆ เอาอีก
ช้านเริ่มเต้น เต้นเยอะก่าเดิม เพราะว่าเริ่มมึนไง หลังจากซัดไป 4-5 ช็อต พอเข้าช็อตที่ 6 เท่านั้นแหละ ช้านกรี๊ดดดดดเป็นผีสิง ตะโกนเป็นอีผีบ้าว่า ไอ้อ้วนไม่เอา ไอ้หูกางไม่รัก ผู้ชายไม่รัก พี่ลิ้มรักกรูคนเดียว ดูช้านทำไปได้ อายโคตะระ แต่ถ้าไม่กรี๊ดมันจะมึนได้ เพราะฉะนั้นเป็นอีผีบ้าไปก่อน 5555555+
ตามมาด้วยช็อต 7-8 ช่วงนี้สติเริ่มกลาย เริ่มหลุด ยืนไม่ค่อยอยู่เกาะไอ้ต้อมเพื่อนแจนนี่อยู่อย่างนั้น เกาะมันไม่ปล่อย ทั้งห้อยทั้งโหนมัน สงสารต้อมเหมือนกัน แต่ทำไงได้คนจะเมา แต่ปากก็แหกบอกต้อมตลอดเวลาแกต้องดูช้านกะภู่นะ อย่าให้ใครมาทำไรนะ ช้านกัวววววววววววววววววววววววว
มาถึงช็อต 9 รู้สึกพล่าๆ ลางๆ ว่าพี่หนึ่งส่งให้แจน พอช็อต 9 เข้าไปเท่านั้นแหละ สติขาดในบัดดล ช้าน โหนไอ้ต้อมมากก่าเดิม ประมาณเต้นลีลาศ ช่วงจังหวะทิ้งตัว ท่าสวยได้ไป10คะแนนเต็มเลยล่ะ
หลังจากนั้นปากยังแหกไม่เลิก ผู้ชายไม่รัก อ้วนไม่เอา หูกางไม่รัก กรี๊ดดดดดดดดดดด แล้วก็ไม่รู้ตัวเลยล่ะ 555+ ออกจากร้านไงยังไม่รู้เลย ต้องมาถามเพื่อนทีหลัง สรุปได้ยอดชายนายต้อมกะพี่ใหญ่มาหิ้วปีกช้านเดิน น่าเกลียดมากเลยตู
ลงจากรถพี่เพชรมาขึ้นรถต้อมช้านยังไม่รู้เนื้อรู้ตัว ต้อมขับรถออกมาได้แป๊บเดียว แจนนี่เกิดอาการพะอืดพะอม บอกเพือ่นต้อมจอดรถเร็วพลัน5555+ สรุปเป้นไรรู้ไหมชาวบ้านเรียกว่าอ้วกแตกคร้าบ แจนนี้อาเจียนไป 5 ระลอก หายมึนได้เยอะเลย
หลังจากนั้นก็บ่นเรื่องผู้ชายไม่หยุด 555+ ทำไมมันไม่รักกรู กรูไม่ดีตรงไหน สวยก็สวย ตังค์กรูก้อมี ผู้ชายคนเดียวกรูเลี้ยงได้ ไมมันต้องทิ้งกรู ตลอดทางเลยช้าน น่าอับอายขายขี้หน้ามาก
ถึงบ้านภู่ จอดอยู่หน้าบ้าน 2 ชม 5555 เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล ขาแข้งขยับบ่ได้นะ เพือนมันก้จะหามให้แต่แจนเกรงใจ เพราะหามมาทั้งคืนแล้วเลยรอจนสร่างๆ เลยเดินขึ้นไปเอง โดยเพือ่นต้อมช่วยพยุง วันนี้รักต้อมฉิบไม่ได้ต้อมคงแย่
นอนตอน 7 โมง ตื่นมา สิบโมงครึ่ง ไม่แฮงค์นะ ไม่ปวดหัว แต่ฤทธิ์เตกีร่า ยังไม่หมด 55555+ เพราะปากยังแดง หน้ายังแดงอยู่ตลกดี สรุปว่าจะสร่างเมาเจงๆเนี่ยก็วันนี้แหละ วันจันทร์ แต่สนุกดี ได้ทำไรสุดๆแบบนี้ ปลดปล่อยพูดไรที่ไม่ได้พูด สะใจว้อย
ครวหน้าจะเอาอีก 5555555+
เรื่องนี้สอนให้รู้ชีวิตคนเรามันต้องทำไรให้สุดๆ คร้าบบบ หายเก็บกดไปเยอะ
พอหายเมานั่งเครียดเรื่องผู้ชายต่อ กำของตู -''-
5月28日 ทำไมจึงรักฉัน (Why do you love me so?): ดอกไม้สีขาวทำไมจึงรักฉัน (Why do you love me so?)
นั่นสินะ... ฉันก็ตอบไมได้เหมือนกัน ทำไมจึงรักเทอ... บางทีด้านสว่างกับด้านมืดของคนเรามันช่างอยู่ห่างกัน เพียงแค่...ลมหายใจเข้าออก บางทีการได้แก้ไขข้อบกพร่องในชีวิตตัวเอง ก็เป็นเรื่องท้าทาย การปฏิเสธตัวเอง นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนเราต้องการ นั่นไม่ใช่รักที่ควรเลือก นั่นไม่ใช่วิถีที่เราอยากเป็น นั่นไม่ใช่ทางที่เราควรเดิน... แต่ในขณะที่เราหันหลังกลับ เราก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวหลังไปอีกครั้ง เพียงแค่อยากได้ยินใครสักคนนั้น บอกฉันสักคำ นั่นเป็นทางลำบาก แต่ฉันอยากให้เทอไปด้วย นั่นอาจไม่ใช่ชีวิตที่เทอชอบ แต่อาจมีความท้าทายให้เอาชนะอยู่ในนั้น และเราน่าจะเดินไปด้วยกัน เพราะมีความรู้สึกบางอย่างผูกติดกันอยู่ แต่นั่นมันก็แค่ความฝันที่ฉันอยากให้เป็น และเมื่อเหลียวหลังกลับไปอีกที...ก็ไม่มีเทอยืนอยู่ตรงนั้น แต่ฉันยังรักเทอ ด้วยหัวใจที่แข็งแรง 5月3日 แรงสั่นสะเทือนของหัวใจ: ดอกไม้สีขาวแรงสั่นสะเทือนของหัวใจ
ตอนเด็กทำอะไรไม่ค่อยยั้งคิด อยากรักก็รักเลย อยากเลิกก็ทำได้ยาก...เจ็บจัง ใจเนี่ย ตอนโตอย่างนี้ มันตรงกันข้าม อยากรักก็ทำได้ยาก อยากเลิกกลับทำได้เลย...ไม่ตื่นเต้นเลยใจเนี่ย ตอนเป็นสาวน้อยพอมีคนมาจีบ ถูกใจล่ะก็ใช่เลย ตอนเป็นสาวมาก พอมีคนมาจีบ ถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง ก็ไม่เลย เอาน่า...อย่าลืมนะ ละเลียดสิ่งที่เข้ามาในชีวิตอย่างมีความสุข อย่ารีบด่วนตัดช่องน้อยแต่พอตัวเมื่อมันทำให้ไม่สมหวัง ความตื่นเต้น เราได้เจอกันทุกคน แต่ความรัก ไม่ทุกคนที่ได้เจอ เจอแล้วก็เก็บมันไว้ให้ดี แต่ถ้ามันจากไปแล้วก็อย่ามั่วนั่งเสียใจกับสิ่งที่สูญเสีย เพราะที่มันหายไป จากไป อาจไม่ใช่ความรัก ที่แท้อาจเป็นความใคร่ และความเห็นแก่ตัวที่จากไป โชคดีแค่ไหนที่ความเห็นแก่ตัวมันแพ้ภัยและเดินจากไป ความรักมันยังอยู่ มากน้อยอยู่ที่ใจเรา เพราะเราไม่มีอะไรหวนคืนอีกแล้วในโลกนี้ แม้แต่ความสัมพันธ์ของคนเดิม เดินกลับมาอีกที ยังไม่เหมือนเดิมเลย...เชื่อสิ... 4月30日 มะเร็งรัก….มะเร็งใจร้ายมะเร็งรัก….มะเร็งใจร้าย
นั่งคิดถึงคนๆนั้นบ่อยๆ บอกน้องคนนึงอยู่ทุกวัน ๆ จนน้องบอกว่าไปคิดถึงมันทำไมให้เปลืองสมอง ก้อเลยบอกน้องไปว่า ก็สมองส่วนนึงก้อเป็นของมันยกให้มันไปแล้ว สมองส่วนที่ควบคุมหัวใจไงล่ะ เลยต้องมานั่งปวดหัวปวดใจอยู่แบบนี้ เหมือนเป็นมะเร็งในสมอง ปวดหัวไม่หายสักที ลามเข้าไปกัดกร่อนหัวใจที่มีแค่ดวงเดียว และต้องเจ็บปวดกับการนั่งคิดถึงใครบางคน แม้จะรู้ว่าเขาไม่...แม้แต่จะคิดถึงฉันเลย...ก็ตาม
น้องสาวฉันก็บอกอีกว่า...ผ่าออกเถอะ ฉันบอกว่าผ่าไม่ได้หรอก รู้กันอยู่ว่าผ่าสมองแล้วสภาพร่างกายมันจะไม่เหมือนเดิม บางคนก็เอ๋อ บางคนเป็นอัมพาต บางพิการ บางคนผ่าแล้วก็โอเคนะ แต่...บางคนตาย... ฉัน....ยังไม่พร้อมที่จะตาย ฉันตัดสินใจยังไม่ผ่าออกตอนนี้ คงมีวิธีอื่นที่ดีกว่าการผ่าสมองผ่าหัวใจแน่ๆ ลองใช้ยาทั้งแผนปัจจุบันและโบราณดีกว่าไหม ลองมันทุกๆอย่างที่ใครๆว่าดี ทีใครๆ ว่ารักษาอาการอกหักแบบนี้ได้ ลองปรึกษากับหมอใจ ลองทำครีโมทำเคมีบำบัดฆ่ามะเร็งรัก ผมอาจจะล่วง ตัวอาจจะผอม สภาพอาจจะดูไม่ได้ ก้อต้องทน!!! เพื่อจะได้กลับมาใช้ชีวิตของฉันได้อย่างปกติสุข แต่...สุดท้ายยาที่มีค่าที่สุดเวลานี้ คงเป็นคำปลอบประโลมจากทุกคน
ถ้าลองทุกวิธีไม่หายจริงๆ ฉันจะยอมผ่า ผ่าความรักครั้งนี้ออกจากหัวใจให้หมดไป แต่...ถ้าทุกวิธียังไม่หาย ผ่าออกจะหายไหม? แต่...มาคิดอีกที… ฉันอาจจะต้องลองเสี่ยง ถ้าตัดมันออก... ชีวิตจะเปลี่ยนไปเลยไหม? ถ้าค่อยๆรักษาจะดีกว่าไหม? ฉันยังตัดสินใจไม่ได้ มีหลายครั้งที่ฉันไม่คิดจะรักษา ฉันกะจะมันเก็บไว้ แต่...มันก็ต้องทนเจ็บปวดทรมานมากที่สุดถ้าไม่รักษา และ...ท้ายที่สุดฉันก้อจะตายอย่างทรมานน่าดู ถึงตอนนั้นยาอะไรก้อเอาไม่อยู่ .. ถ้าฉันไม่จัดการมะเร็งตอนนี้... มะเร็งก็จะกลับมาจัดการฉันแทน แล้วฉันจะทำอย่างไร? แต่...ถ้าฉันตัดสินใจผ่า ถ้าเกิดฉันไม่รอดล่ะ... แล้ว...ถ้าฉันรอด... แต่...เชื้อ(ใจ)มันยังอยู่ มันก็จะกลับมาเป็นกลับมาเจ็บแบบเดิมอีกครั้งซ้ำๆ ใจฉันก็จะทรมานกันไม่มีวันจบสิ้น แต่...หนที่สองคงไม่ทรมานเท่าหนแรกเท่าไรกระมัง คราวนี้ฉันคงพร้อมที่จะ....ตาย…แล้วล่ะ เพราะคงรักษาอาการของความรักครั้งนี้ไม่หายจริงๆ สุดท้ายก็ต้องนอนรอความตายอย่างนั้นเหรอ? แล้วใครจะมาอยู่ข้างๆฉัน เวลาใกล้จะตาย... ....คงไม่ใช่ใครคนนั้นแน่ๆ
ตอนนี้... ฉันตัดสินใจได้แล้วนะ ฉันตัดสินใจจะเหนื่อย ฉันตัดสินใจจะเจ็บ ฉันตัดสินใจจะทรมาน มากแค่ไหน หรือต้องตายไป แต่....ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันตัดสินใจจะทำ ฉันตัดสินใจจะเอามันออก ฉันตัดสินใจจะทำมันทุกๆอย่างทำมันทุกๆทาง ฉันตัดสินใจที่จะทำให้มะเร็งรักเนื้อร้ายก้อนนี้ออก ออกไปจากใจฉัน.ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แล้วฉันจะกลับมารักษาตัว ในที่ที่มีแต่คนที่รักฉันจริงๆ
แล้ว....
สักวัน....
ฉัน...
จะ…
หายดี….
จบคร่า
(เน่าฉิบ) 4月29日 *~My Sweetest Memories VII ~*
ต่อๆ จากตอนที่แล้วจ้า
พี่โจเรียกไปคุยอะไรน่ะเหรอ...
ก็เรียกไปคุยเรื่องอ้วนนะจิ แบบประมาณนัดแนะให้อ้วนแบบอ้วนอยากเจออยากคุยกับแจนจริงๆ...อุ้ยตายว้ายกรี๊ดดดดดดด แหมอยากคุยก็ไม่บอก แอบดีใจอยู่ในใจอย่างแรง แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงกุลสตรีไทยค้ำคออยู่จะออกอาการกรี๊ดกร๊าดไม่ได้เลยบอกพี่เขาไปว่า “จะดีเหรอคะ ไม่ดีมั้ง แล้วแจนจะบอกน้องๆ ว่าไง นอนด้วยกันมันปลีกตัวไม่ได้นะ ขอโทษจริง แล้วอีกอย่างอ้วนก็มีแฟนแล้วด้วย ฝากบอกอ้วนด้วยว่าขอโทษจริงๆ ไม่งั้นก็ต้องไปที่ตึกของพวกแจนจะดีกว่านะคะ จะได้ไม่ดูน่าเกลียด เพราะถ้าแจนปลีกตัวมาคนเดียวมันจะดูไม่ดีมากๆค่ะ คนอื่นมาเห็น เข้าเขาจะคิดกันยังไง
เพราะถ้าเป็นแจนไปเห็นอะไรแบบนี้แจนก็คิดนะ” แล้วก็เล่าเรื่องน้องคนที่ชอบอ้วนรู้เรื่องแจนกะอ้วนแบบระแคะระคายแล้วไซโคแจนตลอดให้พี่โจฟังด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะทำไงจริงๆ พี่โจเลยบอกว่าไม่งั้นไม่เป็นไรไว้วันหลัง จากนั้นก็คุยเรื่องอ้วนอีกมากมาย และก็เรื่องอื่นอีกเยอะแยะจนช้านเบื่อไปเลย แต่ด้วยความเกรงใจเลยต้องนั่งฟัง ต้องขอบใจท้องกรรมโชคดีที่มันปวดจนทนไม่ไหวแล้ว...เลยต้องบอกพี่เขาว่าปวดท้องหิวข้าวแล้ว เข้าไปข้างในกันดีกว่า
พอเดินเข้าไปข้างในอึ้งไปเลย เพราะภาพที่เห็น......โอ้....ไอ้อ้วนมันยืนเล่นออเซาะฉอเลาะหัวเราะต่อกระซิกกะเพื่อนน้องสาวแจน...น่าตบจริง ได้แต่เก็บอาการหมั่นไส้ไว้ แต่พอเห็นเราอ้วนก็หยุดเล่นนะ เดินออกไปคุยกะพี่โจต่อ ก็คงเรื่องที่คุยกะแจนเมื่อกี้แหละ แต่ช้านไม่อยู่เฉยเดินไปนั่งข้างๆกะพี่วิอย่างเร็วพลัน เป็นการประชดกันไปเลย แต่พี่วิก็น่ารักจริงๆนะ นั่งข้างกันคุยเล่นกันไปอย่างสวีทวี๊ดวิ๊ว...ดีใจว้อย พออ้วนเดินมาเห็นก็คงอาการเดียวกะช้าน(รึป่าวฟร่ะ..อาจจะคิดไปเอง..แต่ไม่คิดไปเองแน่นอนนะ...ยังไงก็รอดูกันไปนะจ๊ะ) แล้วทุกคนทั้งหมด 20 คน ก็ตัดสินใจไปหาพระกายาหารค่ำรับทานกัน
ก็เก็บข้าวเก็บของไปกินข้าว รู้สึกว่าแจนจะเดินออกไปก่อนนะเดินออกไปกะพี่โจ แล้วแบบรออยู่นานมากไม่ออกมาซักคน ทำไมรู้ไหมเขาตกลงเรื่องร้านกันอยู่ไงตูรีบเดินออกมาเองแหละ แต่ที่บอกว่าไม่ได้คิดไปเองก็คือไอ้อ้วนกะเพื่อนน้องสาวแจนเนี่ยเดินออกมาพร้อมอ้วนเลยนะเดินคุยกันมากระหนุงกระหนิง...กะให้ช้านหมั่นไส้ใช่ไหม แค่นั้นไม่พอไอ้สองคนนี้มันมาจับมือถือแขนต่อหน้าต่อตาช้านขอย้ำว่าต่อหน้าเจงๆนะ....อ้วนคงสะใจน้องคนนั้นก็คงไม่แพ้กัน...แต่...ตูเซ็ง เห็นไหมว่าแจนไม่ได้คิดไปเอง...มันตั้งใจๆ ทำ ทีใครทีมันนะแกไอ้อ้วน
ด้วยพิษรักแรงหึงเลือดขึ้นหน้า แจนนี่เดินไปหาพี่วิโดยทันทีทันใด เดินกระหนุง กระหนิงเลยนะขอบอก เลยขึ้นรถไปกะพี่วิงานนี้ช้านขอนั่งหน้า แล้วแบบก่อนขึ้นรถมองหน้าอ้วนแป๊บนึง...สะใจโว้ย...ว่าแต่อ้วนจะรู้สึกไรไหมเนี่ยยยย เชื่อว่าไม่รู้สึกแน่นอนคร้าบเพราะอ้วนเป็นพวกเย็นชาตายด้านไร้ความรู้สึก ก็คงจะรู้สึกกะแฟนอ้วนคนเดียวละมั้ง...5555+ สรุปแจนนี่บ้าบวมคนเดียว...แป่ววว.ว.ววว....เอิ๊กกกก... แต่ไงช้านก็สะใจของช้านคนเดียวละกัน
แต่ในที่สุดได้นั่งติดกะอ้วน เลยด้วยบางประการแต่ไม่ทราบว่าด้วยเหตุอันใดนั้นขอไม่กล่าวถึงนะ แต่เพื่อนน้องสาวก็คงกะจะนั่งข้างๆอ้วนนั่นแหละ แต่ขอโทษอ้วนเอ่ยปากออกมาเองเลยว่า ”ไว้ให้แจนนั่ง” กรี๊ดดดด...ดีใจโคดๆ อะไรกันนี้ เว้นที่ไว้ให้ช้าน แอบอมยิ้มไปสามเดือนคร่า สะใจไหมน้อง ไม่เหรอ...แต่พี่แจนนี่สะใจนะเข้าใจอะไรมากขึ้นไหม แต่แล้วก็ไม่ได้นั่งติดกะพี่วิที่เลิฟเลยเสียดายอย่างแรงแจนนี่ก็เลยกินไม่เป็นสุขอีกแร้นง่า ทั้งที่กะว่ามื้อนี้จะกินให้พุงแตกตายกันไปข้างนึงเลย
นั่งรับทานอาหารเย็นด้วยอาการเกร็งแถมความเขินอายแอบด้วยอาหารหิวเป็นกระสือ ซึ่งมันทำให้ทรมานมากๆ ได้แต่นั่งดูกับข้าวที่น่ารับทานทั้งหลายแหล่บนโต๊ะข้างหน้าช้าน ได้กินอยู่สองสามอย่าง ไอ้สองสามอย่างที่ว่าเนี่ยอ้วนคอยตักให้ตลอดเลยแต่ที่ตักให้มากที่สุดผัดผักบุ้งหมูกรอบจ้า ตักให้ไม่ขาดสาย...ดีใจว่ะ
แต่ไอ้อาการเกร็งยิ่งกว่าเวลาปวดอึแล้วหาห้องน้ำไม่ได้เลยนะจะบอกให้ ออกอาการเหงื่อแตกอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ไม่ใช่คนที่ทานข้าวแล้วเหงื่อไหลเลยนะ แต่คราวนี้ เหงื่อแตกเหมือนไปวิ่งมาเลยช้านน่าเกลียดจริง
ส่วนกับข้าวที่เหลืออีกสามอย่างได้แต่ใช้พลังจิตเพ่งรับทานกันไปโดยนึกถึงรสชาติความอร่อยของมัน ที่สำคัญแจนได้กินกับข้าวแบบน้อยมากๆ ได้แต่กินข้าวเปล่าๆ ซึ่งซัดไปซะสองจาน จนอ้วนต้องเอ่ยปากชมไม่ขาดว่า “เพิ่งเคยจะเจอผู้หญิงกินข้าวสองจาน” โอ้วมายก๊อดชมกันขนาดนี้กินต่อกันไม่ลงไปเลย ข้าวที่กินไปสองเกิดขึ้นมาจุกคออย่างเสียไม่ได้ รวบช้อนเร็วพลันตั้งแต่หูได้ยินจนสมองมันสั่งมือมันเลยทำตามซะง้านๆ ทำไมยะนายอ้วนชาตินี้เกิดมาไม่เค้ยไม่เคยเลยเหรอที่จะเห็นสาวๆรับทานข้าวสองจานแบบนี้มันผิดมานุดมานามากไมยะ คนไม่ได้กินไรมาทั้งวันนะ แหมๆๆๆ น่าถีบนะเนี่ย
หลังจากรับทานอาหารค่ำกันมันมีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นอีกเพียบเลย....เอิ๊กกกก
+++To Be Continue+++
4月23日 *~My Sweetest Memories VI ~**~My Sweetest Memories VI ~*
หลังจากห่างหายไปนานกับเรื่องอ้วนๆๆๆ กลับมาแล้วจ้า...
ความเดิมตอนที่แล้ว: คืออ้วนส่ง SMS มาขอเป็นมากกว่าเพื่อนจำได้ไหม มาต่อๆๆกันเลยละกันนะจ๊ะ
หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้เจออ้วนอีกนานเลยพักใหญ่ๆเห็นจะได้ ก็คงจะมีแต่ส่งข้อความผ่าน SMSกันไป แต่ก็ไม่ได้ส่งบ่อยอะไรมากมายหรอกนะ ด้วยความที่อึ้งจากความรู้สึกของ SMS อันนั้นที่เขาอยากให้เราเป็นมากกว่าเพื่อนนั่นแหละ...
คราวนี้ได้ไปเที่ยวทะเลกันด้วยล่ะ พอดีเพื่อนมีจัดบูธเบียร์ริมหาด คล้ายๆ ลานเบียร์ไรแบบนั้น เลยได้ไปเที่ยวกันฟรี ไอ้น้องสาวตัวแสบเลยให้เราชวนอ้วนไปด้วย เราก็ไม่ค่อยอยากรบกวนโทรไปเลยส่ง SMS ไปแทน มันก็ดูแล้วไม่ค่อยน่าเกลียดหรือรอบกวนอะไรมากมาย อ้วนก็ส่งกลับมาแบบเห็นดีเห็นงามด้วยว่าต้องเจอกันแน่ๆ ดีใจจังเลย
ข้อความก็ประมาณว่า "อยากเจอแจนมากนะเพราะว่าแจนจะไม่ได้มาอีกนานเลย" เกริ่นนิดนึงเพราะว่าแจนบอกอ้วนไว้ว่าคงไม่ได้มาช่วยน้องๆเพื่อนๆ ทำงานนี้อีกนานเลยไง แจนก็ส่งกลับไปว่า "จริงๆเหรอ คิดถึงเราอะจิ...คิๆๆๆ" อ้วนตอบกลับมาว่า"จริงคับรู้ว่ามันไม่ดีนะ แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึง" น่ารักที่สุด แค่นี้ก็หลงไหลได้ปลื้มแร้นจ้า...หุหุ
สรุปยกกันมากอีกโขยงใหญ่ เกินพิกัดไปนิดส์ ฝั่งเรา 11 คนปาเข้าไปแล้ว มาดูฝั่งอ้วนกันนะ ฝั่งอ้วนก็มี อ้วน พี่โจ พี่สุ พี่วิ (กิ๊กเรา) แฟนเก่าน้องสาวเรากะเพื่อน แล้วก็เพื่อนๆอ้วน รวม 9 คน โดยประมาณอาจจะมีอีกก็ได้นะ แต่แจนจำไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่าขั้นต่ำ 9 คน ก็เห็นต้องเปิดห้องเพิ่ม แต่คนละตึกนะ แต่ก็ใกล้ๆ กันอยู่ รวมทั้งสองฝั่ง 20 คน คิดดูมันจะเฮฮาปาร์ตี้กันขนาดไหน มั่วซั่วมั่วรั่วจริงๆ นะเนี่ยเชื่อไหม
วันนั้นก็ไปช่วยกันจัดบูธ พวกเราไปถึงก่อนพวกอ้วน 1 คืนนะ เพราะพวกเพื่อนแจนต้องไปสำรวจสถานที่ก่อน พวกอ้วนตามมาสบทบตอนเย็น
หลังจากเหนื่อยจากงานมาตั้งแต่เช้ายันบ่าย ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กินหิวมากหิวมายหิวจะตายอยู่แล้ว ปวดท้องไส้แทบขาด พอเห็นหน้าอ้วนแล้วมันดีใจบอกไม่ถูก พอเจอกันก็ทำหน้ากันไม่ถูกเลยต้องทำหน้าทำตัวแบบไม่รู้จักกันคิดดูๆ มันน่าเซ็งไหม แต่ก็แอบดีใจสุดฤทธิ์คร่า....อ้วนก็เอาแต่ไปเล่นกะคนอื่น มัวแต่ไปแซ่วน้องๆเพื่อนๆเรา แหมๆๆ แอบหมั่นไส้โว้ยยย!!!! ไอ้เราเลยต้องไปเล่นกะพี่วิ พี่สุแทน นั่งติดหนิดหนม ๆ กะพี่วิไป หนุกหนานๆ นั่งกะพี่วิแล้วอ้วนจะมองมาทำไม จะทำไม ไม่ยอมมาเล่นกะช้านเองนะ...ชิ
ยืนดูอ้วนอยู่พักใหญ่ ดูแบบทำหน้าไม่ถูก ไอ้ที่บอกว่าดูเนี่ยก็ดูแบบเนียนๆ นะคะ ดูแบบไม่มีใครสักคนจะรู้ว่าเรามองอ้วน ต้องทำแบบไม่รู้จักไม่สนิทไม่สนใจ เพราะอะไรเหรอ ก็เพราะมันมีแฟนแล้วไง
แล้วอีกอย่างเพื่อนน้องสาวเราเขาแอบชอบ(มั้งนะ) ซึ่งน้องคนนี้ก็พอรู้บ้างว่าเรากะอ้วนกิ๊กๆ กันอยู่ มันเลยชอบไซโคเราสุดฤทธิ์ (เกือบตลอดเวลา) แล้วพี่วิเพื่อนอ้วนก็ชอบเราอีกด้วย ประมาณเป็นรักสามเศร้าสี่ซ้ำห้าซ้อนซ่อนเงื่อนเน่ากว่านิยายหลังข่าวซะอีกว้อย แต่เราเลยเฉยๆ ดีกว่า เพราะเราก็ไม่ได้ชอบอ้วนแบบจะเอามาตกมาแต่งเป็นสาระมีนี่ แค่แบบอ้วนน่ารักดี...น่ารักมากกกกกกกกกกกกก....ก็เท่านั้นเอง
(แอบ)ดูไปดูมา พี่โจเดินมาเรียกไปคุยด้วย (อ้าว...เซ็ง...ไมทำแบบนี้ง่า...กะลัง(แอบ)ดูอ้วนเพลินเลย...แหม่!!!) ก็ออกไปคุยนะ แต่แบบไม่ค่อยเต็มใจ เพราะช้านยังอยากเห็นหน้าอ้วนอยู่นี่น่า...เฮ่อ
อยากรู้ใช่ไหมล่ะ ว่าพี่โจเรียกไปคุยอะไร....
+++To Be Continues+++ 4月15日 เรื่องไร้สาระในชีวิตกรูวันที่14 เมษายน 2549 เวลา 04.22 น. มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกะช้าน...
หลังจากที่นอนดึกมาหลายวัน นอนตี 4 เกือบทุกวันเลยนะ บางวันก็เช้าง่า ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว มีเมื่อคืนแหละที่กะจะนอนเร็ว ก็เข้านอนตั้งแต่ ตี2 นอนไปได้แค่ 2 ชม.ครึ่ง ก็ “อยากจะรักเธออย่างที่คนเขารักกันเทอคือคนที่ฉันนั้นอยากจะรู้จักก็มันนานเหลือเกินที่ฉันไม่ได้รู้สึกอยากจะพูดว่ารักจนฉันนั้นได้พบเทอ” โทรศัพท์ช้านดัง ก็ตาลีตาเหลือกแบบตาไม่ลืมหาโทรศัพท์หาไม่เจอหยิบผิดเครื่องอีก พอหยิบเจอดูเบอร์ก็ 06653xxxx เอ๊ะ...เบอร์ไม่คุ้น ใครโทรมาฟะป่านนี้แล้ว แต่อาจจะมีธุระสำคัญ รับก็รับวะ
พอรับโทรศัพท์ แจนนี่ทำเสียงสวยสุดฤทธิ์เผื่อผู้ชายโทรมาอ่า แต่...ไม่ใช่ผู้ชายเสียใจอย่างแรงง่ะ เสียงคุ้นๆ เหมือนเคยยินจากที่ไหน พอเขาบอกว่า “… (ตู้ด...เซ็นเซอร์ชื่อ) เองนะ” เราก็ถึงบางอ้อ นึกขึ้นได้ทันที อืม ๆๆ ใช่จริงไม่ใช่ตัวปลอมมาหลอกกัน แอบงงนิดๆ ว่าไงโทรมา สงสัยคงร้อนใจ คู่สนทนาก็ถามว่าแจนนอนแล้วเหรอ เอ้าถามมาได้ป่านนี้แล้ว ช้านคนกลางวันนะ ไม่ได้คนกลางคืน แต่ไม่เป็นไรจ้า แจนคุยได้ เพราะถ้าไม่มีอะไรเทอคนนี้คงไม่โทรมาหาเรา เทอคนนี้คือแฟนเพื่อนสนิทแจนนี่นี่เองนะ ไม่คุยก็คงไม่ได้สิโน๊ะ เรียกได้เลยว่าสายนี้สายสำคัญที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้…
คำถามแรกที่คุณเทอยิงมาก็....อืม...ตรงประเด็นมากๆๆ ถามมาได้คร่าว่าแจนนี่มีอะไรกะแฟนเขาแค่ไหนกัน โอ้ว!!!...มายบูด้า!!! พระพุทธเจ้าช่วยด้วย จะให้ตอบยังไงล่ะ แจนก็เคยบอกไปแล้วว่าเราไม่มีอะไรกันไม่ต้องคิดมากจำได้ไหม แหมๆๆ ทำเป็นแอบลืมนะจ๊ะคนสวย บอกไปแล้วแต่ดูเหมือนว่าไม่เชื่อ ตายๆๆๆๆล่ะ คงอยากได้ยินว่ามีอะไรมากก่าเพื่อนถึงจะพอใจจิโน๊ะ....ดูๆๆๆ นะคนเรา นี่ถ้าแจนโกหกว่ามีอะไรกันแบบถึงพริกถึงขิงไปเนี่ยคุณเทอไม่บ้าเป็นอีสมทรงตามหาไอ้fu_ckไปเลยเหรอถามหน่อยสิ แจนนี่อยากจะบร้าตายคร่าพ่อแม่พี่น้อง
นี่ขนาดแค่แจนส่ง sms แบบแอบหื่นแบบแสดงออกไปนิดเดียวเอง เป็นได้ขนาดนี้ มั่นใจในตัวเองหน่อยน่า ถ้าเทอสองคนรักกันจริงๆ จะกลัวอะไรจริงไหม คนเราคบกันต้องให้เกียรติกันนะ เชื่อใจแฟนเทอหน่อยดิ เรากะแฟนเทออ่าเพื่อนกานเจงๆ เพื่อนแบบที่เขาเรียกกันว่า lovely friend ง่ารู้จักไหม…อิอิอิ
คำถามต่อมาไม่มี มีแต่การอวดภูมิปัญญาความรู้ให้แก่ช้าน ซึ่งแจนก็รับฟังนะปล่อยคุณเทอตามสบาย แถมแจนนี่ยังปลอบใจ และให้กำลังใจไปในตัว ประเสริฐจริงๆ ประเสริฐอะไรขนาดนี้ช้านเนี่ย....ทั้งๆที่เจ็บตัวกับเรื่องนี้เรื่องแกสองคนมาตลอด....
ต่อๆๆๆ นึกก่องลืมๆๆ เกิดอาการความจำสั้นกะทันหัน เนื่องจากนอนดึกติดต่อกันมาเป็นเวลานาน อ้อ........เขาบอกว่าเขารู้เรื่องหมดแล้ว เรื่องอะไรกันคะคุณน้องขา คุณพี่ขาอยากจะขำกร๊ากให้ฟันกระเด็น แล้วที่รู้อาจจะเข้าใจผิดนะคะ แถมยังบอกต่ออีกว่ารู้มาตั้งแต่แรก โอ้วววไม่น่าเชื่อ เจงอ่า แล้วรู้มาผิดป่าว..... แถมยังเน้นๆๆๆๆๆ เน้นมากจนเกินจริงไปนิด ย้ำจริงว่ารู้แต่แรกๆๆๆ จ้ารู้แต่แรกก็แต่แรก พี่ไม่ว่าอะไรสักกะหน่อย แต่....แจนว่าน้องเขาคงรู้มาผิดๆนะ แบบรู้ไม่จริงน่ะ หรือไม่ก็ไม่รู้เลยมากก่า...ว่าม๊ะ แต่ตอนนี้คงรู้อะไรมากขึ้นแล้วล่ะ แต่อยากจะบอกว่าคุณน้องขาที่บอกว่าที่พวกพี่ๆไปเที่ยวพัทยากันก็รู้... จ้าๆๆๆเชื่อจ้า เพราะตอนนั้นแฟนคุณน้องขาคงเล่าให้ฟัง แต่ขอโทษวันนั้นเพิ่งรู้จักกะแฟนคุณน้องขานะคะ คุณพี่ขาอะสนิทกะเพื่อนแฟนคุณน้องขาต่างหาก ตอนนั้นคุณพี่ขารู้จักกับแฟนคุณน้องขาในฐานะเพื่อนของเพื่อนคุณพี่ขานะคะ สงสัยจะเข้าใจผิดน่าดูเลยง่า แต่....เอ๊ะ!!!! หรือว่าจะรู้จริงๆ นะ แต่ไม่น่าเป็นไปได้ ไม่สมเหตุผลตามหลักตรรกะวิทยา ไม่ๆๆๆ แถมไปกันตั้ง หลายคนง่า ทำไมคิดไปงั้นง่า...เวงกำของตู
แจนนี่คนนี้ก็พยายามบอกคุณเทอว่า เราไม่มีอะไรกันจริงๆ สบายใจได้ ไม่ต้องคิดมาก แล้วอย่ามาทะเลาะกันเพราะเราเลย เราขอร้อง แค่นี้เราก็ไม่สบายใจมากพอแล้ว เพราะว่าเรากะแฟนเทอใครๆก็รู้ว่าเพื่อนสนิทกันสนี๊ทสนิท...เจงๆๆ(ไหมหว่า)
เท่านั้นไม่พอ คุณเทอยังมาฝากฝังเราให้ดูแลแฟนตัวเองแทนด้วย...แน่ะ!! เอากะเขาสินั่น แจนนี่เลยบอกไปว่าคงไม่ได้หรอก เราคงดูแลให้ไม่ได้ เพราะเราไม่รู้อะไรเลย (อันนี้หมายถึงอารมณ์ของแฟนเทอซึ่งอารมณ์ศิลปินตลอดเวลาเข้าใจยากมากมาย) เราจะดูแลยังไง แต่คุณเทอเข้าใจว่าอะไรรู้ไหมคะท่านพ่อแม่พี่น้อง เข้าใจว่าแจนนี่คนนี้ไม่รู้จักนิสัยใจคอแฟนเขามากพอ เขาเลยบอกกะแจนมาว่า “อืม....เราอะรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกะ..(ตู้ด...เซ็นเซอร์ชื่อ)..เรารู้ทุกอย่างที่เป็น...(ตู้ด...เซ็นเซอร์ชื่อ)......” เอ้า...รู้แล้วจะมาถามช้านไมเนี่ย ต่อๆๆ “ก็อย่างนี่แหละเราสองคนคบกันมาหลายปี” เจงอ่า...แต่แฟนคุณน้องบอกพี่ว่าคบมาปีก่าๆเองนะ....เริ่มงงแอบสับสนเล็กน้อย สงกะสัยคราวกะนู้นนนน....แจนคงหูฟาด ไม่เป็นไรๆ โอเชๆ หลายปีก็หลายปี ว่าไงก็ว่าตามกัน ไม่ว่ากันอยู่แล้ว ให้เกรียติน้องเขาเต็มที่เลยงานนี้ เอาเป็นว่าปล่อยให้น้องเขาโชว์ความสามารถกันไป เดี้ยนขอฟังอย่างเดียวละกัน ไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ.....เอ้า!!!!! เต็มที่เลยค่ะคุณน้องขา...
ต่อมาเขางั้นตำราพิชัยสงครามของซุนวู ที่ว่า “รู้เขารู้เรา...รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” น้องเขาพยาย้าม....พยายาม (ขอเน้น) จะบอกแจนว่ารู้เรื่องแจนหมดทุกเรื่องค่ะ เห็นรูปแจนแล้วด้วย (รูปอันอืดอุบาทว์ของช้าน...มาดูตัวเจงดีก่าคะคุณน้องขาสวยก่าตั้งหลายกอง...confirmค่ะ) งานนี้ก็ขอขอบคุณนะคะที่มาชมพี่ว่าน่ารัก (ไม่รู้แกล้งชมป่าวง่า) สำหรับคำชมพี่น้อมรับไว้ด้วยความเต็มใจ....บ้า ยออยู่แล้วช้าน แต่พี่ว่าพี่น่ารักก่าที่น้องชมเยอะเลยนะคะ... เอิ๊กก ๆๆๆ....หลงตัวเองก้าบ แต่งานนี้พี่ก็เสียเปรียบสิ เพราะพี่ยังไม่เคยเห็นห้าน้องเลยนะ แต่ไม่เป็นไร เพราะยังได้เห็นจากคำบอกเล่าของแฟนคุณน้องเท่านั้นว่า “ไม่น่ารักหรอก หน้าลาวๆ" ”ก็เอ๊ะ!!! สงสัยในตัวเพื่อนช้านขึ้นมาทันใด ถ้ามาพูดแบบนี้แล้วไปคบเป็นแฟนกะคุณน้องทำไม พี่ก็ไม่รู้อะไรมากหรอกค่ะ พี่ก็รู้เท่าที่แฟนคุณน้องบอกพี่แหละค่ะ แต่พี่เชื่อว่าคุณน้องขาสุดสวยของพี่ต้องหุ่นดีมากๆแหละ แล้วก็คงคุยเก่งน่าดู แล้วก็อีกมากมายขี้เกียจพูด..... เพราะอะไรถึงคิดแบบนี้เหรอ ก็เดาๆ เอาอะนะคะ ของแบบนี้เดาได้ไม่ยากหรอก แล้วอีกอย่างเพื่อนพี่เรื่องมากจะตายมีแฟนทั้งทีต้องเกรดA จริงม๊ะคะทู๊กกกกกคน
อะๆๆๆๆ มาต่อเรื่องซุนวู ว่าคุณน้องขาคงใช้ strategy นี้กะพี่ไม่ได้หรอกนะคะ เพราะใจพี่ ความคิดพี่ ไม่มีใครรู้นอกจากพี่คนเดียว สิ่งที่พี่ทำ สิ่งที่พี่พูด กะสิ่งที่พี่คิด บางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่น้องคิดหรอกนะคะ สมองพี่ซับซ้อนกว่านั้นเยอะ หรือเรียกว่ารอยหยักเยอะ(รึป่าว)นะคะ อย่ามาเดาส่งกันเลย ท้ายไม่ถูกหรอก เพราะบางทีพี่ยังไม่รู้ยังเดาตัวพี่เองไม่ออกเลยนะคะ ฝากไว้คิดว่า ....บางครั้งการกระทำกับความคิดก็สวนทางกันเสมอนะคะ.... ที่ทำๆไปอาจจะไม่ใช่อย่างที่รู้สึกหรืออยากให้เป็นก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าเดาหรือตัดสิน คนอื่นจากบรรทัดฐานของตัวเองเลย ควรตัดสินคนอื่นด้วยบรรทัดฐานของตัวเขาเองนะคะ คนเราร้อยคนก็ร้อยแบบแล้วค่ะ
ต่อมาน้องเขาถามว่าแฟนน้องพูดถึงน้องว่าไงบ้าง ก็ไม่ว่าไงหรอกค่ะคุณน้องขา พี่อ่าไม่อยากพูดอะไรมากนะคะ เพราะถ้าพูดคุณน้องก็จะประทับใจอย่างสุดซึ้ง แล้วแฟนคุณน้องก็จะดูไม่ดี คุณพี่ขาเลยคิดว่าขอปิดปากเงียบเรื่องนี้ดีกว่า เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขของหลายๆฝ่าย คุณน้องก็เลยสบายใจไปอย่างที่แจนรู้สึกนะ ก็แล้วถ้าเป็นแจนนะมีคนเอาเราไปพูดแบบนั้นก็คงรู้สึกไม่ดี ฉะนั้นเพื่อความสุขกายสบายใจของคุณน้องพี่ขอปิดปากเงียบค่ะ…ได้ผล (?)
สุดท้ายน้องเขาบอกว่าเขาสาระภาพเลยนะเขาทะเลาะกันบ่อยเรื่องแจนนี่คนนี้ อ้าวไหนมาโยนความผิดให้กันแบบนี้ กะจะให้เรารู้สึกผิด บอกเลยไม่รู้อะไรจะรู้สึกดีไหม เอาเป็นว่าก็รู้สึกไม่ดีหน่อยๆละกัน ก็บอกแล้วไงว่าอย่าทะเลาะกันเรื่องพี่ไง อย่าเอาพี่เข้าไปเกี่ยว บอกแล้วว่าไม่มีอะไรกันเจง.... แล้วถ้าน้องอยู่กะแฟนน้องอย่างปกติสุข ไม่ยกหรือขุดเอาเรื่องพี่หรือเรื่องคนอื่นมาพูด มันจะทะเลาะกันไหมค่ะ ทำไมไม่ใช้เวลาที่มีค่าอันน้อยนิดที่อันจะมีอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอย่างสบายใจล่ะคะ นานๆจะเจอกันทีหาเรื่องทะเลาะกันทำไม แทนที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้ชุ่มชื่นหัวใจให้หายคิดถึงกัน ให้โหยหากันต่อไปสิคะ พี่ว่าน่าจะดีกว่านะ
บางครั้งคนเราต้องรู้จักให้เกียรติตัวเองและคนอื่นด้วย ต้องเชื่อใจกันและกัน เพราะถ้ามันเริ่มตะขิดตะขวงในใจขึ้นมาแล้ว มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วทำตัวว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้หรอกค่ะของแบบนี้ มันจะเสียขบวนกันหมด ทั้งคนที่เราคบด้วย บุคคลที่สาม รวมถึงตัวน้อง เราก็จะกลายเป็นคนวิตกจริตไปคอยระแวงตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นพี่นะคะถ้ารู้สึกมีอะไรผิดปกติ ซึ่งผู้หญิงทุกคนรู้สึกได้เรื่องนี้ เก่งด้วย ถ้าเป็นพี่นะถ้ารู้นิดๆไม่มั่นใจไม่ถาม ถ้ารู้มามากถามแล้วมันไม่บอก พี่จะไม่ถามต่อ พี่จะออกมาเลยค่ะ ไม่ทนไม่รอ เพราะว่าไม่รู้เมื่อไหร่ความรู้สึกดีๆจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะมันอาจจะไม่กลับมาอีกเลยก็ได้ บังเอิญคนแบบพี่ไม่มีตรงกลางค่ะ ยอมหักไม่ยอมงอ เพราะออกมามันก็เจ็บแป๊บเดียว ดีกว่าทนเจ็บซ้ำๆๆไปเรื่อยๆ ไม่ไหวค่ะเป็นบ้าพอดี พี่ไม่เอาด้วยหรอกนะ ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกนะคะ หาดีไม่ได้ก็อยู่คนเดียวไปก็ได้นี่คะ สรุปก็เป็นเพื่อนกันไปดีกว่า พี่แฟร์พอที่จะรับใครสักคนที่ทำเราเจ็บกลับมาเป็นเพื่อนนะ แต่พี่ไม่รู้ว่าใครคนนั้นเขาจะแฟร์พอไหม...ก็แค่นั้น
สุดท้ายคุณน้องขาที่รักของคุณพี่ขาก็ให้ชื่อเด็กใน control หรือกิ๊กของแฟนคุณน้องมาอีก 1 ชื่อ สาวน้อยผู้นั้นมีนามว่า “แอม” คุณน้องขาพี่ไม่รู้ว่าคุณน้องมาบอกพี่ทำไม พี่ไม่หึงหรอกนะคะเพราะพี่เป็นเพื่อนกัน จะหึงทำไมจริงไหม ส่วนที่ให้ชื่อพี่วมาเนี่ยพี่ไม่รู้นะคะว่าคุณน้องเล่นอะไร กะจะให้พี่ไปจัดการให้เหรอถึงมีจริงพี่ก็ไม่รู้จะทำไปทำไมนะแบบนั้น ที่บ้านพี่เขาไม่สอนแบบนั้นค่ะ และอีกอย่างพี่ไม่รู้ว่าสาวแอมคนนี้จะมีจริงหรือป่าวอาจจะเป็นเพื่อนในจินตนาการของคุณน้องที่อุปโลกน์ขึ้นมาก็ได้ใครจะรู้จริงไหมคะ หรือว่าคุณน้องกะจะบอกพี่ให้รู้สึกไม่ดี รู้สึกว่าพี่โดนแฟนคุณน้องหลอกเล่นตลบหลังเหรอคะ ถ้าน้องคิดเลวๆขนาดนี้กะแฟนก็ไม่ดีนะคะ แฟนน้องจะรู้สึกยังไงคะ เพราะพี่เป็นเพื่อนกันเพื่อนกันไม่คิดอะไรหรอกค่ะ แล้วก็บอกไปแล้วว่าอย่าคิดมากแฟนน้องอะรักน้องจะตายไป ไม่คิดนอกใจหรอกแม้แต่ครั้งเดียวเชื่อพี่นะคะ
เอาเป็นว่าเรื่องน้องแอมคุณน้องจัดการเอาเองนะคะ พี่ขอนั่งดูละกัน ไม่ เพราะพี่คงไม่สามารถทำร้ายคนอื่นเพื่อผู้ชายคนเดียวหรอกค่ะ ชีวิตมีอะไรดีๆให้ทำอีกตั้งเยอะ ดีกว่าวิ่งไล่ผู้ชายตั้งเยอะ บางครั้งพี่ก็แอบลืมค่ะ...หุหุหุหุ เผลอไปตื้อเขาเพราะอะไรเหรอ อย่างที่บอกคนเราร้อยคนร้อยอย่าง บางทีพี่ก็คาดหวังกะคนบางคนมากไปๆไม่มีใครเป็นอย่างที่เราคิดทุกอย่างก็เลยลืมตัวไปบาง แต่เราก็ต้องกลับมาคิดๆๆทุกครั้งค่ะ เอ่อ ลืมตัวว้อย.....เอ้าเอาใหม่ๆๆๆ สรุปเป็นเพื่อนกันดีที่สุด ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีมาตรฐานสำหรับความเป็นเพื่อนค่ะ เพราะทุกคนไม่ว่าจะมาจากฟ้าแดนดินไหนสามารถเป็นเพื่อนเราได้หมด
สุดท้ายและท้ายสุดจริงคุณน้องเขาขอว่าอย่าบอกแฟนเขาว่าเขาโทรมาหาคุณพี่ขานะคะ ห้ามบอกนะ ห้ามบอก ได้เรยจ้า ได้เรย ไม่บอกๆ แน่นอน แต่พี่ขอเอามาลงในบล็อคนะคะ พี่ไม่ได้บอกนะ พี่รักษาคำพูด แต่ถ้าแฟนคุณน้องมาอ่านนี่พี่ก็ไม่ทราบนะคะ เพราะที่มาเขียนเล่าให้พี่ๆน้องๆเพื่อนๆของพี่อ่านกันคร่า แต่พี่คิดว่าแฟนคุณน้องเขาคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ ถึงเขาจะรู้ก็เถอะ ก็อย่างที่บอกคุณน้องไปไงค่ะว่าแฟนคุณน้องรักคุณน้องจะตายไปอย่าคิดมากน่า เอ่อนี่...สำหรับนายสหายผู้เป็นที่รัก ถ้าได้อ่านแล้วก็จุ๊ๆไว้นะ ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร เราไม่อยากผิดคำพูดกะแฟนนาย
"ไม่อยากทำให้ลำบากใจอยากจะเป็นเพื่อนเทอต่อไปเหมือนเก่า...ก็ได้แต่เก็บมันเอาไว้....."
บางคนมาอ่านอาจจะมองว่าพี่แอบแอบกัดด่าคุณน้องหรือเปล่าขอบอกว่าเปล่าค่ะ พี่ไม่เอาพิมเสนไปแลกกะเกลือหรอกนะคะ ไม่คุ้ม บังเอิญว่าพี่ขี้งกอะคะ อะไรไม่คุ้มไม่เอาค่ะ แค่ให้ข้อคิดกะทุกคนที่เข้ามาอ่านก็เท่านั้นแหละจ้า แล้วคุณพี่ขากะคุณน้องขา ก็ไม่มีอะไรต่อกันนะคะ ขอให้เลิกแล้วต่อกันไป...สาธุ
PS. พี่ให้อภัยนะคะสำหรับคำไม่สุภาพที่น้องหลุดออกมาบ้าง พี่เข้าใจค่ะว่าเราคนละสังคม แถวบ้านน้องคงพูดกันแบบนั้นพี่เข้าใจ สบายใจได้ไม่ต้องคิดมาก แต่ที่บ้านพี่เขาไม่พูดกันแบบนี้นะคะ โปรดเข้าใจพี่ด้วย
จบแห่ค่ะ
4月12日 ยอมอกหักพันครั้งเพื่อที่จะรู้จักรักแท้สักหน:ดอกไม้สีขาว
บางครั้งความรักคนส่วนใหญ่ใช้ใจล้วนๆ ไม่ใช้สมอง พอใช้สมอง ความรักก็ไม่มา หรือว่าความรักกับสมองไมได้สร้างมาจับคู่กัน
ลองมาหมดแล้ว ตั้งแต่เลือกไม่รับรักกับใครที่ไม่ถูกใจเรา ลองวิ่งหนีใครบางคน....เขาไม่วิ่งตาม ลองพูดตรงๆ บอกให้หมดตั้งแต่เริ่มต้น บังเอิญเขารับไม่ได้ ลองไม่หวานและไม่เคลิ้มไปกับความโรแมนติก เขาเลยไม่จีบต่อ รู้สึกว่า ฉันมักมีเสน่ห์กับคนที่ไม่รู้สึกอะไรด้วย แต่เสน่ห์หมดไปเมื่อความในใจมันเปิดเผย แรกๆ ที่เริ่มก้มลงดูเงาหัวตัวเอง ก็เห็นว่ามันยังอยู่ สมองก็มีนี่นา จับหัวใจดูมันก็ยังเต้นและอุ่น (ฉันไม่ใช่คนเลือดเย็น)
บางครั้งความรักคนส่วนใหญ่ใช้ใจล้วนๆไม่ใช้สมอง พอใช้สมอง ความรักก็ไม่มา หรือว่าความรักกับสมองไมได้สร้างมาจับคู่กัน ฉันบอกกับตัวเองว่า ฉันยอมอกหักพันครั้ง เพื่อรู้จักรักแท้สักครั้ง มันหมายความว่า ฉันไม่ยอมแพ้ที่จะมีความรักต่างหาก ตอนนี้มีคนเดินเขามาหา แล้วเขาบอกว่าเขาตกหลุมรักเรา ฉันไม่ได้ขุดไว้สักหน่อย ผ่านไปสักพัก ฉันไม่ช่วยเขาขึ้นจากหลุม เขาเลยพาตัวเองเข้าตำรา เจ้าหญิงกับทหารที่ยืนตากฝน ... ในที่สุดก็เดินจากไปตั้งแต่วันที่เก้าสิบเก้า
ฉันเสียใจที่เขาไม่อดทน เพื่อจะผ่านด่านทำความรู้จักกัน เขาไม่รู้หรอกว่า ตอนที่เขายืนตากฝน ฉันเตรียมยาไว้ หากเขาล้มลง ฉันต้องรีบเอายาไปให้เขากินแน่นอน... เสียใจไปก็เท่านั้น ความรักยังไม่ได้เกิดขึ้น มันเป็นเพียงเก้าสิบเก้าวันของการพิสูจน์ความอดทน ไม่ใช่รักแท้ เพราะความรักไม่ใช่แค่ยืนตากฝนแล้วจะพิสูจน์ได้เมื่อไหร่กัน...
แค่เสียดายว่า ความอดทนของเขา มีไม่มากพอ แค่เสียดายว่า ความรักที่เขาบอกว่ามีต่อเรา มันไม่มากพอ
PS. this is for you HONEY
The End... 2月5日 *~My Sweetest Memories V~*
มาแล้วตอนที่ 5 จ้า ต่อจากคราวที่แล้วเลยโน๊ะ อันนี้รวบรัดหน่อยดีกว่าเนอะ เพราะเริ่มจะลางๆแร้น ไม่อยากเลือนลาง ต้องรีบมาอัพบล็อกสักกะหน่อย คราวที่แล้งถึงตอนที่อ้วนส่ง sms มาช่ายม๊ะ แล้วก็มีโอกาสได้นั่งคุย สบตาหวานแหววกันไป ต่อเลยน้า.......
คราวนี้โทรหาพี่คนนึงในกลุ่มอ้วนนะ ชื่อพี่สุ ไม่ได้โทรหาพี่โจ เพราะพี่โจไม่ได้อยู่กะอ้วนนะ ไม่รู้ไปไหนจำไม่ได้แว้ว โทรไปถามว่าจะกินไรกันไหมเราจะไปหนองมน เดี๋ยวจะได้ซื้อไปฝาก สรุปสั่งมากันแสนแปดอย่าง อย่างกะตูเป็นเจ้าของตลาด จำกันแทบไม่หมด (ไอ้อ้วนขี้งก..) ก็ขับรถไปกันกะน้องอย่างเคย ขับรถไปส่งส่วย...ซะง้าน
วันนี้ก็ไม่มีไรมาก เอาส่วยไปส่ง ก็ไปกินส้มตำ ไก่ย่าง ก้างใหญ่กัน แต่โต๊ะเจ้ากรรมมันดันไม่พอให้พวกเราบ้างคนนั่งก็เลยต้องกระเด็นกระดอน แยกออกกันมาบ้าง แหม่!!! เสียดายง่านั่งกันคนละที่เลยล่ะ เสียดายอย่างแรง ไกลกันคนละมุมร้านนั่งกันเป็นเส้นทแยงมุม แต่มีด้ายแดงๆผูกนิ้วก้อยไม่ขาดหายตามแนวเส้นทแยงมุมเส้นนี้....โอ้วววว.......เน่าได้ใจคร่า นั่งไปสักพักนะก๊ะ ก็ sms มาบอกเราว่า “ขอบคุณครับ น่ารักจัง” แค่นี้เองเหยออ้วนเอ้ย มากก่านี้อีกนิดได้ม๊ะ (แต่อ่านไปก้ออมยิ้มเหมือนกันนะ...ก้อคนมันดีใจนี่นาเนอะๆ...ปลาร้าเค็มๆ มันก็หวานกันวันนี้) แต่ที่แน่ๆอุตส่ารอให้กระตุกด้ายแดงเส้นเล็กๆที่ปลายก้อยนะ แค่กระตุกทีเดียวเบาๆเท่านั้นแหละ จะกระโดดข้ามร้านไปนั่งข้างๆเลยเอ้า....
จากนั้นก็ไปนั่งเล่นอะไรต่อมิอะไรกันไปเรื่อยเปื่อย แต่ดูท่าทางวันนี้อ้วนอารมณ์บ่จอยเลยง่า...ชิ ไม่มาสบตาหวานแหววด้วยเลย ช่างอ้วนไปก่อน วันนี้มีเรื่องให้เล่นหนุกหนานมากๆมายกายกอง มีฟามสุขวุ้ย เล่นได้ใจสักพักก็กลับบ้านกันก่อนดีก่า...ดึกแล้ว
ขากลับก็เลย sms กลับไปบอกว่า “วันนี้สนุกมากค่ะ กลับแล้วนะ บัยบาย” (ใช่ป่าวหว่าจำไม่ค่อยได้...ประมาณว่านานมาก+อายุเลยลืมๆไปบ้าง) ก็เลยส่งตอบกลับไปกลับมากันอยู่หลายข้อความ ขับรถอยู่นะคะนั่น รถจะชนเอาคร่าอ้วนจ๋า
อ้วนก็ส่ง sms มาถามว่า “ไม่อยู่ต่อเหรอครับ” “จะกลับเข้าชลบุรี หรือว่ากรุงเทพครับ” “กลับไปคนเดียวเหรอ (ไมง่า ถ้ากลับคนเดียวจะมาด้วยเหรอ)” แล้วก็อันสุดท้าย “กู๊ดไนท์ นะครับ” โอ้ววววววววว.......แค่นี้ก็ฝันดีไปทั้งปีทั้งชาติแล้วล่ะ อ้วนจ๋า มีความสุขว้อย มีความสุขแบบบอกใครไมได้...อึดอัดนะเนี่ย
วันหรือสองวันต่อมาเพิ่งรู้ว่าอ้วนแพ้ปูกะกุ้งเหมือนคุณอนุวัฒน์เลย เราเลยส่ง sms ไปขอโทดว่าเราไม่รู้ว่าแพ้เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม แบบว่าแจนนี่ขอโทษ เพิ่งรู้ แล้วอ้วนส่งกลับมาในทันใดว่ารู้ได้ไงอะไรประมาณนี้ เราก้อตอบกลับไปว่า “รู้ละกันน่ะ ทำไมเหรอ” แล้วก็หายไปเลย หายไปครึ่งวัน สงสัยไม่ได้เติมเงิน...555555
หลังจากครึ่งวันค่อนวัน ผ่านไป ก็ส่ง sms ตอบกลับมาเป็นข้อความที่ทำให้อึ้งไปเลย แบบอึ้งมากๆ บวกกะความงง ว่าอ้วนกะลังเล่นเกมอะไรหรือเปล่า อ้วนเขาส่งมาบอกประมาณว่าอยากเป็นมากกว่าเพื่อน (นั่นท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลายอ้วนมามุขไหนคะเนี่ย...เหลือเชื่อเกินจริงมากๆ งงคร่า แถมแอบดีใจแทบเสียสติ) แจนนี่ก็ส่งกลับไปว่า “เป็นเพื่อนกันนะ โอเคไหม” อ้วนก็บอกว่า “ไม่รู้ แจนต้องการแบบไหนละครับ” แจนนี่ก็ส่งกลับไปว่า “เป็นเพื่อนกันแบบนี้แหละดีแล้วค่ะ” หลังจากนั้นอ้วนก็หายไปเลยไม่ตอบใดๆ กลับมาทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่หายขาดไปจากกันนะคะคุณผู้อ่านที่รัก....เอิ๊กกกกก..มันยังคงมีก๊อกสองๆ 5555
มีความลับอยากจะบอกว่า จริงๆ แล้ว ก็อยากเป็นมากกว่าเพื่อนนะ แต่เราไม่รู้ว่าอ้วนเล่นอะไร แจนก็แค่เซฟตัวเองไว้ก่อน รักตัวเองมากก่าคร่า แต่ก็ต้องขอโทษจริงๆ นะ ถ้าทำให้เสียความรู้สึกไป ขอโทษจริงๆ แจนไม่มีทางเลือกอย่างอื่น อีกอย่างใครจะไปรู้ว่าอ้วนเอาจริง หรือมาเช็คแรตติ้ง หรือมาหยั่งเชิงกันแน่ กลัวว้อย...แหะๆๆ ตอนนี้ก็เลยเฉยๆ ไปก่อน ยังไม่ได้คิดไปไกลนะก๊ะ (แต่ขอแอบนิดนึงนะ....แง่มๆ)
แต่อยากบอกว่าดีใจนะ โชคดีที่ได้รู้จักกันในระดับนี้ก็ดีใจมากแล้วล่ะ ต่อไปมันจะเป็นยังไง ก็ช่างมันเถอะ แค่นี้ก็เรียกได้ว่าโชคดีกว่าใครๆ แล้ว ขอบคุณมากนะจ๊ะ
พระเจ้าอวยพรค่ะ
++++++++
To Be Continue
1月11日 My Super Happy Birthday 26, 2005
วันเกิดปีนี้จริงๆต้องอยู่บ้านที่ชลบุรี กะว่าจะตื่นเช้าไปใส่บาตร แต่แผนการกลับตาลปัตรหมดเลย กลายเป็นว่าตอนนี้อยู่บางกอก..ซะงั้น แถมตื่นสายมากๆด้วย กว่าจะตื่นปาเข้าไปเที่ยงกว่าๆแล้ว ตื่นมาก็แยกกันอาบน้ำ กว่าจะออกจากคอนโดก็บ่าย 3 แล้ว แล้วก็ไปโชคชัย 4 ไปหาอะไรรับทานกัน แล้วก็ไปหาร้านหมอด้วย เพราะแอนนี่โดดงาน เลยต้องการใบรับรองแพทย์ด่วน...คิกๆ สรุปไม่มีร้านหมอที่ออกใบรับรองแพทย์ได้ มีแต่คลินิกเสริมความงาม... so เซ็ง
มุ่งหน้าสู้นครปฐมจ้า... ออกจากกทม 4 โมงนิดๆ ถึง นครปฐม 6 โมงหน่อยๆ ก่อนถึงแวะปั๊มเติมน้ำมันกะเข้าห้องน้ำ แล้วก็ดันหันไปเห็นร้านกาแฟชื่อว่า Coffee Boy เห็นชื่อไม่ซื้อสักแก้วคงหามิได้ ก็ได้มากันคนละแก้ว
ถึงร้านที่หมายหกโมงครึ่งได้ หลงนิดหน่อย(ประจำ) ขอบคุณพี่ปลั๊คที่อนุเคราะห์ช่วยบอกทางนะคะ ถึงร้านก็นั่งโบ๊ะหน้ากันอยู่ในรถ รอนานไม่มีใครมาเลยไปขับรถเล่นรอบองค์พระ แต่ก็งง แอบหลงจนได้ซินั่น สุดท้ายไม่มีที่ไปกลับไปที่ร้านต่อ นั่งรออยู่เกือบชั่วโมง พี่ปลั๊คก็มา แล้วอีกไม่เกินชั่วโมง รถตู้ของคุณอนุวัฒน์ก็มาเทียบท่า ก็ยืนตบยุงไปหลายร้อยตัวได้ ที่นี่ยุ่งเยอะมาก กลับมาบ้านขาเป็นจุดๆแดงเต็มไปหมดเลย
นั่งรอคุณชายรับทานอาหารค่ำ แล้วคุณชายก็เสด็จขึ้นไปพักผ่อนในรถต่อ แจนนี่กะแอนนี่ยืนตบยุง (วันเกิดแท้ๆตูต้องมานั่งตบยุ่งรอแกนะอนุวัฒน์) อยากจะเข้าไปถ่ายรูปด้วยใจจะขาดแต่ไม่กล้าง่า พยายามไล่แอนนี่ไปถ่าย สรุปไม่มีใครกล้าสักคน...ตบยุงต่อซะงั้น
พอใกล้จะขึ้นเล่น แอนนี่เดินไปถ่ายรูป คุณอนุวัฒน์กะลังวอร์มอัพ กระโดดๆ ก่อนขึ้นเวที แล้วทู๊กคนก็หายกันไปหมด เป็นโอกาสทองของเรา...เอิ๊กกกก แจนนี่เดินตรงรี่เข้าไปหาคุณอนุวัฒน์อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วคุณอนุวัฒน์ก็เอื้นเอ่ยวาจาออกมา...happy birthday นะ (ดีใจว้อยยยย) ของขวัญวันเกิดของช้านนนนน ไอ้คำว่า “happy birthday นะ” ดีใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ มีความสุขมากๆ แค่นี้ก็ดีใจไปหลายเดือนแล้วโว้ยยยย ไม่มีอะไรจะมาเทียบเท่าเลยขอบอกกก ... 5555 ถ้าน้องบุ๋มกะน้องแอนนี่ไม่เอาการ์ดที่ไปให้คุณอนุวัฒน์เซ็นมาให้ อาจจะตกใจมากถึงมากที่สุดว่ารู้วันเกิดแจนนี่ได้ไง...อิอิ
เท่านั้นไม่พอ ยังหันมาถามว่าไม่เข้าไปนั่งข้างในเหรอ โอ้โห....เป็นห่วงเหรอจ๊ะ กลัวแจนนี่โดนยุงกัดใช่ม๊ะ (เข้าข้างตัวเองสุดฤทธิ์คร่า) แล้วก็หันมามองหน้าเรายิ้มๆ แถมหัวเราะด้วย หัวเราะ อะไรคะคู๊ณณณณ....
วันนี้ไมได้ขอให้ร้องเพลง happy birthday ให้เนอะ แต่ไม่ต้องหรอก แค่ที่พูดออกมาคำเดียวก็ดีใจแย่แล้วเจ้าค่ะคุณชายเจ้าขา...อิอิ วันนี้กะว่าจะรอถ่ายรูปคู่ด้วยให้ได้ ยังไงๆๆ ก้จะต้องถ่ายให้ได้หัวเด็ดตีนขาดไงต้องทำให้ได้...555555....เอิ๊กกกก
หลังเล่นคอนเสิร์ต...คนมุงคุณอนุวัฒน์อื้ออึงมากมาย รอนานมากก่าจะมาขึ้นราชรถ แล้วแจนนี่ก็งอแงขอพี่ปลั๊คให้พาไปถ่ายรูป พี่ปลั๊คก็สนจะน่ารักและใจดีพาไปถ่าย....เย้ๆๆๆ ในที่สุดๆๆ ก็ได้ถ่ายแล้วเว้ยยยย....แต่........ขอโทษ...แอนนี่ถ่ายระยะประชิดมาก แจนนี่เลยหน้าทั้งใหญ่และอืด เลยขอไปโฟโต้ช็อปนิดนึง จะได้ดูบัลลาซกะคุณอนุวัฒน์ ดูเอาเองนะจ๊ะ
แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านตามระเบียบ ไปส่งแอนนี่ที่หมอชิตกลับบุรีรัมย์ ตอนตี2 แล้วก็กลับไปนอนอย่างมีความสุขที่สู๊ดดดดดดดดดดในรอบปี ฝันหวานนนนนนกันข้ามปีไปเลย...5555
โอ๊ะ!!...ลืมปายยยยย ขอขอบคุณทุก SMS ที่ส่งเข้ามาอวยพรวันเกิดนะคะ ขอบคุณมากๆ แล้วก็ขอให้พรที่ทูกคนส่งมาให้คืนกลับไปด้วยนะคะ..จุ๊บๆๆ
อ้อ!!...ลืมไปอีกอย่างขอขอบคุณใครคนนึงมากๆนะคะ ที่ส่ง SMS มาคืนวันที่ 24 มานผิดวันนะ เลยรีบโทรกับไปบอกให้รู้เลยว่าหน้าแตก...อิอิ (แอบฮา) เจ้าตัวอ่านอยู่คงนั่งอมยิ้มละสิ..ใช่ม๊ะ...555 ยิ้มอะไรค่ะ แต่ก็น่ารักดีนะจะบอกให้ แล้วก็ส่งมาให้ใหม่ เช้าวันที่ 26 ขอบคุณนะคะ
ปล. ขอบคุณพี่ปลั๊คมากๆนะคะ แล้วก็ขอบคุณน้องบุ๋ม น้องมด น้องปอ ที่เอื้อเฟื้อที่นั่งนะจ๊ะ ++++++++ พระเจ้าอวยพรค่ะ |
|
|